Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

รางวัลตีพิมพ์สัมพันธ์กับจำนวนบทความ แต่ข้อมูลต้องถูกอ่านอย่างระวัง

ข้อเขียนนี้ใช้รายงานวิเคราะห์แนวโน้มรางวัลตีพิมพ์เป็นตัวอย่างของการอ่านข้อมูลเชิงนโยบายอย่างระมัดระวัง ข้อมูลชี้ว่ารางวัลตีพิมพ์สัมพันธ์กับจำนวนบทความค่อนข้างชัด ขณะที่ทุนวิจัยรวมไม่ได้แปลตรงเป็นจำนวนบทความ แต่ความสัมพันธ์ที่เห็นยังเป็น correlation ไม่ใช่ causation จึงต้องใช้ข้อมูลเพื่อถามคำถามต่อ ไม่ใช่ด่วนสรุปแบบง่ายเกินไป
หมวด: วิจัยและนวัตกรรม
วันที่โพสต์: 22 April 2026
ที่มา: Facebook post archive
research publication-incentives data-analysis research-policy decision-support
Rewritten Post
การมีข้อมูล ใครๆ ก็มี แต่วิธีใช้ต่างหากที่แตกต่าง
ภาพรายงานวิเคราะห์แนวโน้มรางวัลตีพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

รายงานแนวโน้มรางวัลตีพิมพ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำให้เห็นภาพที่น่าสนใจมากกว่าตัวเลขรางวัลหรือจำนวนบทความแบบแยกส่วน เพราะเมื่อนำข้อมูลหลายชุดมาวางเทียบกัน ทั้งเงินรางวัลตีพิมพ์ เงินรางวัลอาจารย์และส่วนงาน เงินดำเนินงาน จำนวนนักวิจัยที่ได้รับรางวัล และทุนวิจัยรวม จะเริ่มเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่าง input กับ output ไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่มักเข้าใจกัน

ข้อค้นพบสำคัญคือ ทุนวิจัยรวมไม่ได้แปลตรงเป็นจำนวนบทความ แต่รางวัลตีพิมพ์มีความสัมพันธ์กับจำนวนบทความค่อนข้างชัด ในช่วงข้อมูลที่วิเคราะห์ output โตประมาณ 6 เท่า ขณะที่เงินรางวัลโตประมาณ 8.4 เท่า แต่ efficiency ต่อเงิน ไม่ได้ดีขึ้นตาม นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องเงินมากหรือน้อย แต่เป็นเรื่องวิธีอ่านข้อมูลและวิธีออกแบบนโยบายจากข้อมูลนั้น

สิ่งที่ต้องระวังคือข้อมูลชุดนี้ไม่ได้บอกว่ารางวัลเป็นสาเหตุโดยตรงของจำนวนบทความทั้งหมด เพราะสิ่งที่เห็นคือความพ้องกัน หรือ correlation ไม่ใช่ความเป็นเหตุและผลหรือ causation การอ่านข้อมูลเชิงนโยบายจึงต้องไม่รีบแปลงกราฟให้กลายเป็นข้อสรุปแบบง่าย ๆ ว่าเพิ่มเงินแล้ว output จะเพิ่มแน่นอน หรือถ้าตัดเงินแล้ว output จะไม่กระทบเลย

ข้อมูลที่ดีไม่ได้ตอบแทนการคิด แต่ทำให้เราถามคำถามที่คมขึ้น

คุณค่าของรายงานลักษณะนี้อยู่ที่การทำให้ผู้บริหารเห็นโครงสร้างของปัญหาและตั้งคำถามต่อได้ดีขึ้น เช่น เงินที่จ่ายไปสัมพันธ์กับ output แบบใด กลุ่มใดตอบสนองต่อ incentive แบบใด ส่วนใดเป็นผลจากแรงจูงใจจริง และส่วนใดอาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น วัฒนธรรมวิจัย คุณภาพระบบสนับสนุน ภาระงาน หรือโครงสร้างการประเมิน

ถ้าข้อมูลถูกใช้เพียงเพื่อยืนยันความเชื่อเดิม ระบบก็จะได้แค่คำตอบเดิมในรูปแบบที่ดูมีตัวเลขรองรับ แต่ถ้าใช้ข้อมูลเพื่อท้าทายสมมติฐานเดิม ข้อมูลจะกลายเป็นเครื่องมือเปิดพื้นที่สนทนาที่ตรงขึ้นและรับผิดชอบมากขึ้น

การตัดหรือเพิ่มงบต้องมีเหตุผลที่แข็งแรงกว่าความรู้สึก

เมื่อยอมรับว่าความสัมพันธ์ที่เห็นยังไม่ใช่ causation การตัดสินใจเรื่องงบประมาณก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น หากจะเพิ่มงบ ต้องรู้ว่ากลไกใดทำให้เงินแปลงเป็นผลลัพธ์ได้จริง และหากจะตัดงบ ก็ต้องมีเหตุผลที่แข็งแรงพอ ไม่ใช่อาศัยเพียงข้ออ้างว่าเพราะยังพิสูจน์เหตุและผลไม่ได้จึงตัดได้โดยไม่มีผลกระทบ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การปกป้องงบเดิมหรือเรียกร้องงบเพิ่มแบบอัตโนมัติ แต่คือการออกแบบระบบสนับสนุนงานวิจัยที่รู้ว่าตัวเองกำลังจูงใจอะไร วัดอะไร และยอมรับ trade-off แบบไหน

การมีข้อมูลเป็นแค่จุดเริ่มต้น วิธีใช้ข้อมูลต่างหากที่สร้างความต่าง

ทุกองค์กรสามารถมีข้อมูลได้ แต่ไม่ใช่ทุกองค์กรจะใช้ข้อมูลเพื่อเปลี่ยนวิธีคิดได้จริง ความต่างอยู่ที่เราจะใช้ข้อมูลเป็นเพียงรายงานย้อนหลัง หรือใช้เป็นเครื่องมือเรียนรู้ของระบบ เพื่อปรับวิธีจัดสรรทรัพยากร วิธีตั้ง incentive และวิธีประเมินคุณค่าของงานวิจัยให้ตรงกับเป้าหมายมากขึ้น

ถ้ายังใช้วิธีเดิม คิดเหมือนเดิม และใช้คนเดิมตีความข้อมูลด้วยกรอบเดิม ก็ยากที่จะหวังผลลัพธ์ใหม่ ข้อมูลจะมีพลังจริงก็ต่อเมื่อมันทำให้ระบบกล้าถามคำถามที่ไม่เคยถาม และกล้าปรับนโยบายบนฐานของหลักฐานที่อ่านอย่างซื่อสัตย์

รายงานเต็มช่วยให้ใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบขึ้น

บทความนี้เป็นเพียงการชี้ประเด็นจากข้อมูลบางส่วน รายงานฉบับเต็มช่วยให้เห็นทั้งระดับ output การจ่ายรางวัล จำนวนผู้ได้รับรางวัล และความสัมพันธ์กับทุนวิจัยรวม จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นฐานตั้งคำถามเชิงนโยบายต่อ ไม่ใช่ดูเพียงตัวเลขเดียวแล้วตัดสินใจทันที

อ่านรายงานเต็มเพื่อดูข้อมูลและ executive summary

รายงานวิเคราะห์ฉบับเต็ม ดูตาราง กราฟ และ executive summary ทั้งหมดใน Research Award Insights เหมาะสำหรับอ่านต่อเพื่อเห็นภาพรวมของ output เงินรางวัล จำนวนผู้ได้รับรางวัล และความสัมพันธ์กับทุนวิจัยรวม เปิดรายงานฉบับเต็ม
Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า รู้สึกคิดบวก 3 วัน · แชร์กับ สาธารณะ การมีข้อมูล ไม่ได้แปลว่าใช้ข้อมูลเป็น ผมลองเอาข้อมูล “รางวัลตีพิมพ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” ย้อนหลัง 2551–2566 มานั่งดูจริงจังด้วยข้อมูลดังนี้ - จำนวนบทความที่ให้รางวัล (บทความ) - จำนวนบทความทั้งหมด Scopus (บทความ) - เงินรางวัลตีพิมพ์ในแต่ละปี - เงินรางวัลอาจารย์นักวิจัย (บาท) - เงินรางวัลตีพิมพ์ในแต่ละปี - เงินรางวัลอาจารย์นักวิจัย+ส่วนงาน (บาท) - เงินรางวัลตีพิมพ์ในแต่ละปี - เงินรางวัลอาจารย์นักวิจัย+ส่วนงาน+เงินดำเนินงาน (บาท) - จำนวนนักวิจัยที่ได้รับรางวัล (คน) - ทุนวิจัยรวม มก. (บาท) เราพบว่า - ทุนวิจัย ไม่ได้แปลตรงเป็นจำนวนบทความ - แต่ “รางวัลตีพิมพ์” มีความสัมพันธ์กับจำนวนบทความ ค่อนข้างชัด - output โต 6 เท่า - เงินรางวัลโต 8.4 เท่า - แต่ efficiency ต่อเงิน ไม่ได้ดีขึ้นตาม แน่นอนว่าเราไม่ได้ให้รางวัลทุกรายการ เลือกที่จะให้แต่ผลลัพธ์สะท้อนออกมาเป็นรายงาน ดังนี้ - ทุนวิจัยไม่ได้แปลตามจำนวนบทความ - รางวัลมีความสัมพันธ์โดยตรงกับจำนวนบทความ และยังมีประเด็นอีกเยอะใน executive Summary โปรดไปลองอ่านกันดู รายละเอียดดูลิงก์ในคอมเมนต์ (แนะนำครับ) และ ต้องเข้าใจว่าอันนี้คือความพ้องกัน (correlation) ไม่ได้หมายถึงความเป็นเหตุและผล (Causation) และเพราะถ้ามันไม่ใช่เหตุและผล ถ้าตัดเงินออก ก็คงไม่เป็นไร ถ้ามีเหตุผลดีพอนะ --- การมีข้อมูล ใครๆก็มี แต่วิธีใช้ต่างหากที่แตกต่าง วิธีเดิม คิดเหมือนเดิม คนเดิม จะหวังอะไรใหม่ๆ Rethink. Reframe. Realize.
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง