แกนของ section นี้มาจาก logic ใน slide “บทบาทผู้นำ” แต่เขียนใหม่ให้เป็น leadership narrative แทนการไล่ตำแหน่งหรือผลงานแบบ CV
ถ้าถามว่าทำไมผมจึงเหมาะกับบทบาทอธิการบดีในช่วงนี้ คำตอบของผมไม่ใช่การมีตำแหน่งหลายตำแหน่ง แต่คือประสบการณ์ที่ครอบพร้อมกันทั้ง system, talent development, international collaboration, และ institution building ซึ่งเป็นชุดความสามารถที่อธิการบดีต้องใช้พร้อมกันจริง
SYSTEM-LEVEL LEADER
มองทั้งระบบ ไม่ได้เห็นแค่ภาควิชาหรือปัญหาเฉพาะจุด
ผมทำงานทั้งในระดับภาควิชา ส่วนกลาง สภามหาวิทยาลัย และสถาบันของมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง จึงเข้าใจ โครงสร้าง อำนาจ ข้อจำกัด และกลไกเชิงระบบ ของ KU จริง ไม่ได้มองมหาวิทยาลัยจากมุมใดมุมหนึ่งเท่านั้น
TALENT DEVELOPMENT
เข้าใจมหาวิทยาลัยในฐานะที่สร้างคน ไม่ใช่เพียงองค์กรที่ต้องบริหาร
จุดต่างสำคัญของผมคือผมทำงานเรื่อง การพัฒนาคน มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่งานโอลิมปิกวิชาการ การดูแลคนเก่ง การพัฒนาหลักสูตร ไปจนถึงการออกแบบการเรียนรู้สำหรับนิสิตในมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นเวลาพูดเรื่องอนาคตของมหาวิทยาลัย ผมไม่ได้มองแค่โครงสร้าง แต่เห็นเรื่องคนเป็นแกนกลางจริง
GLOBAL CONNECTOR
เชื่อมเครือข่ายต่างประเทศให้กลับมาเป็นผลลัพธ์จริง
งาน inter ของผมไม่ได้อยู่ในระดับพิธีการหรือ MOU เท่านั้น แต่เชื่อมกลับมาที่ หลักสูตรนานาชาติ, Double Degree, งานวิจัย และโอกาสของนิสิตได้จริง นี่สำคัญเพราะมหาวิทยาลัยต้องมีเครือข่ายสากลที่สร้างของจริง ไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์
INSTITUTION BUILDER
สร้างของใหม่ที่อยู่ต่อได้ แม้ผู้นำเปลี่ยน
ไม่ว่าจะเป็นระบบอย่าง KU-Work และ KU-Forest, หลักสูตรใหม่, วิชาพื้นฐาน AI สำหรับนิสิตทั้งมหาวิทยาลัย, หรือ initiative อย่าง AIEP สิ่งที่ผมพยายามทำเสมอคือสร้าง โครงสร้างที่ทำงานต่อได้ ไม่ใช่ของที่อยู่ได้แค่ตอนเจ้าของเรื่องยังอยู่ตรงนั้น