Kasetsart UniversityThe Life Systems University
เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์

Goals

เป้าหมายของมหาวิทยาลัยในช่วงต่อไปไม่ใช่การมีโครงการเพิ่มขึ้นเฉย ๆ แต่คือการยกระดับคุณภาพบัณฑิต ความยั่งยืนของผู้คนในมหาวิทยาลัย และความเชื่อมั่นของสถาบันให้เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างเป็นระบบ
Goal 1
บัณฑิตต้องทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่จบการศึกษา
สไลด์เป้าหมายที่ 1 เรื่อง Outcome-Driven Education
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยาย
เป้าหมายแรกเริ่มจากภาพของบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยอยากเห็นก่อนเสมอ: ต้อง ทำงานได้จริง, เรียนรู้ต่อเนื่อง, และ สร้างคุณค่าให้สังคม ได้ ไม่ใช่เพียงสำเร็จการศึกษาตามเกณฑ์
ภาควิชายังเป็นเจ้าของการออกแบบการเรียนรู้
ผู้ที่ใกล้กับสาระวิชาการและผู้เรียนที่สุดยังคงต้องมีเสรีภาพทางวิชาการในการออกแบบหลักสูตร แต่เสรีภาพนั้นต้องเชื่อมกับ พันธกิจของมหาวิทยาลัย และ ผลลัพธ์ของผู้เรียนในโลกจริง ด้วย หมายความว่า ภาควิชาต้องไม่ถูกลดบทบาทลงเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามคำสั่งจากส่วนกลาง แต่ก็ไม่ควรออกแบบหลักสูตรแบบแยกขาดจากบริบทการเปลี่ยนแปลงของประเทศ เศรษฐกิจ และโลกการทำงาน
มหาวิทยาลัยต้องสร้างระบบสนับสนุน
คุณภาพบัณฑิตไม่ใช่ภาระของภาควิชาลำพัง มหาวิทยาลัยต้องทำให้ internship เชิงเป้าหมาย, career tracking, data feedback, และ funding support เกิดขึ้นจริง เพื่อให้การออกแบบหลักสูตรเชื่อมกับผลลัพธ์ ไม่ใช่ปล่อยให้ภาควิชาต้องไปหา partner เอง ติดตามผลเอง และแบกต้นทุนเองทุกขั้นตอน
โลกจริงสะท้อนสมรรถนะ แต่ไม่กำหนดเนื้อหา
ภาคอุตสาหกรรมและสังคมควรช่วยสะท้อนว่า สมรรถนะใดจำเป็นในระบบจริง โดยไม่เข้ามากำหนดเนื้อหาทางวิชาการแทนมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์แบบนี้ทำให้มหาวิทยาลัยยังรักษา ความเข้มข้นทางวิชาการไว้ได้ ขณะเดียวกันก็ไม่หลุดจากโลกจริงที่บัณฑิตต้องไปเผชิญหลังเรียนจบ
การประเมินต้องวัดความสามารถจริง ไม่ใช่แค่การผ่านรายวิชา
ถ้าเป้าหมายคือบัณฑิตที่ ทำงานได้จริง การประเมินก็ต้องขยับจากการดูเพียงคะแนนปลายภาค ไปสู่การดู portfolio, project-based work, การอธิบายเหตุผล และความสามารถในการนำความรู้ไปใช้กับโจทย์จริง เพื่อให้มหาวิทยาลัยมั่นใจได้ว่าผู้เรียนไม่ได้เพียงจบหลักสูตร แต่พร้อมต่อโลกจริง
เป้าหมายนี้จึงไม่ใช่เรื่อง employability แบบแคบ ๆ แต่คือการยกระดับคุณภาพบัณฑิต ให้พร้อมต่อโลกจริงในฐานะ ผลลัพธ์ของทั้งระบบมหาวิทยาลัย ตั้งแต่การออกแบบหลักสูตร การสนับสนุนจากส่วนกลาง ไปจนถึงการรับฟัง feedback จากสังคมและภาคการทำงาน
Goal 2
ผู้คนอยู่สุข มหาวิทยาลัยจึงยั่งยืนได้
สไลด์เป้าหมายที่ 2 เรื่อง Human Sustainability
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยาย
ความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยเริ่มจากความยั่งยืนของคนทำงานและผู้เรียน ถ้าระบบยังต้องใช้ ความเสียสละเป็นเชื้อเพลิงหลัก มหาวิทยาลัยก็จะยืนระยะไม่ได้จริง
Human Sustainability เป็นเรื่องโครงสร้าง ไม่ใช่สวัสดิการปลายทางอย่างเดียว
ปัญหาไม่ได้อยู่แค่คนเหนื่อย แต่คือระบบให้รางวัลกับสิ่งหนึ่ง ขณะที่งานหลักอย่าง การสอน, การดูแลนิสิต, และ การสร้างคน กลับถูกทำให้กลายเป็นเรื่องเสียสละ ถ้าระบบยังเป็นแบบนี้ต่อไป คนที่แบกภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยจะหมดแรงก่อนที่องค์กรจะเรียกตัวเองว่ายั่งยืนได้จริง
เส้นทางความก้าวหน้าต้องสะท้อนภารกิจจริง
การประเมิน แรงจูงใจ และความมั่นคงในการทำงานต้องสอดคล้องกับ บทบาทที่มหาวิทยาลัยต้องการจริง ไม่ใช่ผลักให้คนเก่งต้องออกจากงานหลักเพื่อไปหาความมั่นคงจากเส้นทางอื่น ถ้าเส้นทางความก้าวหน้าไม่สอดคล้องกับงานที่มหาวิทยาลัยบอกว่าสำคัญ คนทำงานก็จะเรียนรู้ว่าคำประกาศกับระบบจริงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
หน่วยย่อยคือหัวใจของมหาวิทยาลัย
ระบบที่ดีต้องยืนอยู่บนความจริงของคณะและภาควิชา ไม่ใช่ออกแบบจากศูนย์กลางอย่างเดียว โดยไม่เข้าใจ ภาระและบริบทของคนทำงานหน้างาน เพราะสุดท้ายมหาวิทยาลัยไม่ได้ทำงานจากประกาศส่วนกลาง แต่ทำงานจากคนที่อยู่ในคณะ ภาควิชา ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และหน่วยสนับสนุนจริง ๆ
ระบบต้องทำงานได้โดยไม่ใช้ความเสียสละเป็นกลไกหลัก
เป้าหมายนี้จึงรวมถึงเรื่อง fairness, workload, work environment, และ sense of meaning ของคนทำงาน เพราะถ้าระบบยืนได้ด้วยการให้คนบางกลุ่มทุ่มเทเกินขอบเขตอยู่ตลอด ความยั่งยืนที่เห็นก็จะเป็นเพียงภาพชั่วคราว ไม่ใช่ความมั่นคงของสถาบันจริง
เป้าหมายนี้จึงไม่ใช่เรื่อง soft หรือเรื่องปลอบใจ แต่เป็น โครงสร้างพื้นฐานของความยั่งยืนสถาบัน โดยตรง เพราะถ้าคนในมหาวิทยาลัยอยู่ไม่ไหว มหาวิทยาลัยก็ไม่มีทางยั่งยืนได้จริง
Goal 3
ระบบที่ดี ไม่ต้องพึ่งคนดีเป็นพิเศษ
สไลด์เป้าหมายที่ 3 เรื่อง Institutional Trust by Design
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยาย
ความเชื่อมั่นของสถาบันต้องถูกออกแบบไว้ในระบบ ไม่ใช่ผูกไว้กับการลุ้นว่าแต่ละรอบเราจะได้ คนแบบไหน มาถืออำนาจหรือใช้ดุลยพินิจ
ลดการใช้ดุลยพินิจโดยไม่จำเป็น
ระบบที่ดีต้องทำให้กติกา บทบาท ขั้นตอน และข้อมูลชัดพอ จนการตัดสินใจมีความ สม่ำเสมอ, โปร่งใส, และ ตรวจสอบได้ แม้ตัวคนจะเปลี่ยน โดยไม่ต้องฝากคุณภาพของระบบไว้กับการลุ้นว่าแต่ละรอบจะได้คนที่มีสไตล์หรือคุณธรรมแบบใดมาถืออำนาจ
บทบาทของ “กรรมการ” ต้องชัด
บางคนมาทำหน้าที่ตัดสิน บางคนเป็นผู้แทน บางคนให้คำปรึกษา ถ้าบทบาทไม่ชัด อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบก็พร่าไป และ ดุลยพินิจก็จะไหลเข้าไปแทนระบบ เมื่อคนในองค์กรไม่แน่ใจว่าใครตัดสินใจ ในฐานะอะไร และด้วยเกณฑ์ใด ความเชื่อมั่นต่อสถาบันก็จะค่อย ๆ สึกกร่อนจากภายใน
Governance ต้องมีทั้ง workflow, evaluation, และ dashboard
มหาวิทยาลัยต้องมี workflow ที่เป็นมาตรฐาน, ระบบประเมินที่โปร่งใสและปลอดภัยจริง, และ dashboard เชิงระบบ สำหรับการกำกับเชิงนโยบาย ไม่ใช่ใช้ข้อมูลเพื่อแทรกแซงรายกรณี เป้าหมายคือให้สภาและฝ่ายบริหารเห็นภาพรวม ความเสี่ยง และความคืบหน้าร่วมกัน โดยไม่ต้องลงไปจัดการเรื่องจุกจิกในระดับปฏิบัติการ
ความเชื่อมั่นต้องเกิดจากการออกแบบ ไม่ใช่การขอให้เชื่อกันเอง
ข้อมูลชุดเดียวกัน, เกณฑ์ที่อธิบายได้, การประเมินที่ปลอดภัย, และกระบวนการที่มี audit trail คือสิ่งที่ทำให้คนในองค์กรและคนนอกองค์กรเชื่อว่ามหาวิทยาลัยใช้หลักการเดียวกันกับทุกฝ่าย และทำให้ institutional trust เกิดจากระบบ ไม่ใช่จากภาพลักษณ์เฉพาะบุคคล
เป้าหมายนี้ทำให้ความเป็นธรรม ความต่อเนื่อง และความไว้วางใจต่อสถาบัน ไม่ต้องขึ้นกับ อุปนิสัยเฉพาะของคนบางคน อีกต่อไป แต่ถูกฝังไว้ในกติกา ข้อมูล และกระบวนการของมหาวิทยาลัยเอง