Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

นี่คือช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต้องตัดสินใจให้ชัด

ข้อเขียนนี้เป็นจุดเริ่มต้นเชิงวิสัยทัศน์ของการตัดสินใจสมัครเข้ารับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยยืนยันว่ามหาวิทยาลัยต้องไม่ใช่เพียงผู้ตาม แต่ต้องกำหนดทิศทางของสังคมและประเทศในโลกที่ AI ความยั่งยืน การแข่งขัน และโครงสร้างประชากรกำลังเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน
หมวด: ธรรมาภิบาลและการบริหารมหาวิทยาลัย
วันที่โพสต์: 24 March 2026
ที่มา: Facebook post archive
ku university-reform ai life-systems global-positioning
Rewritten Post
ผมตัดสินใจสมัครอธิการบดี เพราะเชื่อว่า มก. ต้องไม่เป็นเพียงผู้ตามในโลกใหม่
ภาพประกอบบทความประกาศสมัครเข้ารับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้เป็นจุดประกาศอย่างชัดเจนของการตัดสินใจสมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมกับการวางกรอบคิดว่ามหาวิทยาลัยกำลังเผชิญโลกที่เปลี่ยนเร็วกว่าเดิมจากแรงขับของ AI และเทคโนโลยี การพัฒนาอย่างยั่งยืน การแข่งขันระดับนานาชาติ และโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป

สารหลักของโพสต์ไม่ได้อยู่แค่การประกาศตัว แต่คือการตั้งคำถามว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะเลือกยืนอยู่ตรงไหนในโลกใหม่นี้ และยืนยันว่า มก. ไม่ควรเป็นเพียงผู้ตาม แต่ต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่กำหนดทิศทางของสังคมและประเทศ

จากประสบการณ์ด้านวิชาการ การวิจัย และการพัฒนาหลักสูตร บทความนี้จึงสรุปโอกาสของมหาวิทยาลัยออกมาเป็นสามแกนใหญ่ คือการเป็นมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล การพัฒนาแนวคิด Life Systems ที่เชื่อมเกษตร อาหาร สิ่งแวดล้อม และสุขภาพเข้าด้วยกัน และการวางตำแหน่งของมหาวิทยาลัยในเวทีโลกอย่างมีความหมาย

การเปลี่ยนผ่านต้องใช้พลังของทั้งมหาวิทยาลัย ไม่ใช่คนคนเดียว

แม้จะเป็นการอาสาเข้ามารับผิดชอบในจังหวะสำคัญ แต่บทความนี้ก็ย้ำชัดว่า การเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ไม่สามารถเกิดจากคนคนเดียวได้ ต้องอาศัยพลังของทั้งมหาวิทยาลัย การรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย และความเชื่อร่วมกันว่าเราต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและจริงจัง

มุมนี้ทำให้การสมัครไม่ได้ถูกวางเป็นเรื่องของตัวบุคคลล้วน ๆ แต่เป็นการเสนอตัวเพื่อรับผิดชอบต่อการจัดพลังขององค์กรให้เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

คำถามจริงคืออีก 10 ปีข้างหน้าเราอยากเห็น มก. เป็นแบบไหน

ปลายทางของบทความจึงอยู่ที่คำชวนคิดร่วมกันว่าอีก 10 ปีข้างหน้า เราอยากเห็น มก. เป็นแบบไหน และจะทำอย่างไรให้มหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่อยู่รอด แต่สามารถสร้างคุณค่าให้ประเทศและโลกได้อย่างแท้จริง

นี่จึงเป็นบทความที่ทำหน้าที่ทั้งประกาศการตัดสินใจและวางเข็มทิศเชิงวิสัยทัศน์ของทั้งชุดความคิดว่า มหาวิทยาลัยต้องตัดสินใจให้ชัดในช่วงเวลาที่โลกเปลี่ยนเร็ว และต้องทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นจริง

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
โพสต์ของ พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า รู้สึกเป็นที่รักที่ Kasetsart University 24 มีนาคม เวลา 09:36 น. · กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย · แชร์กับ สาธารณะ วันนี้ผมตัดสินใจอย่างชัดเจน ที่จะสมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้ทำงานใกล้ชิดกับเพื่อนร่วมงาน นิสิต และเครือข่ายของมหาวิทยาลัย และเห็นสิ่งหนึ่งชัดขึ้นเรื่อย ๆ โลกกำลังเปลี่ยนเร็วขึ้น เร็วกว่าที่มหาวิทยาลัยเคยเผชิญ วันนี้ โลกถูกขับเคลื่อนโดย • AI และเทคโนโลยี • การพัฒนาอย่างยั่งยืน • การแข่งขันระดับนานาชาติ • โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังเกิดขึ้น “ตอนนี้” คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า มหาวิทยาลัยจะปรับตัวอย่างไร แต่คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะเลือกยืนอยู่ตรงไหนในโลกใหม่นี้ ผมเชื่อว่า มก. ไม่ควรเป็นเพียงผู้ตาม แต่ต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่ “กำหนดทิศทาง” ของสังคมและประเทศ จากประสบการณ์ด้านวิชาการ การวิจัย และการพัฒนาหลักสูตร ผมเห็นโอกาสของ มก. อย่างชัดเจนใน 3 เรื่องหลัก • มหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล • “Life Systems” ที่เชื่อมโยง เกษตร อาหาร สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ • การวางตำแหน่งในเวทีโลกอย่างมีความหมาย การเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่สามารถเกิดจากคนคนเดียว แต่ต้องอาศัยพลังของทั้งมหาวิทยาลัย ผมได้รับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย และเห็นตรงกันว่า เราต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และจริงจัง ผมจึงตัดสินใจอาสา เข้ามารับผิดชอบในจังหวะสำคัญนี้ ไม่ใช่เพราะผมมีคำตอบทั้งหมด แต่เพราะผมเชื่อว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ และผมพร้อมจะผลักดันให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง ผมอยากชวนทุกท่านร่วมกันคิดว่า อีก 10 ปีข้างหน้า เราอยากเห็น มก. เป็นแบบไหน และเราจะทำอย่างไร ให้ มก. ไม่ใช่แค่ “อยู่รอด” แต่เป็นมหาวิทยาลัยที่ สร้างคุณค่าให้ประเทศและโลกอย่างแท้จริง ผมเชื่อว่า นี่คือช่วงเวลาที่เราต้องตัดสินใจให้ชัด
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง