Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

ถ้าอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่มั่นคงพอ คนรุ่นใหม่ก็ย่อมถามกลับว่า แล้วทำไมเขาต้องเลือกเส้นทางนี้

ข้อเขียนชิ้นนี้ตั้งคำถามตรงมากว่า หากอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยให้ทั้งความเสี่ยงสูง รายได้ไม่โดดเด่น สิทธิประโยชน์ไม่มั่นคง อิสระทางวิชาการลดลง และแนวโน้มสถาบันยิ่งไม่แน่นอน แล้วในระยะยาวใครจะยังเลือกเข้ามาอยู่ในระบบนี้ ผู้เขียนพยายามไล่ให้เห็นโครงสร้างผลประโยชน์และแรงจูงใจที่กำลังทำให้อาชีพนี้สูญเสียความน่าดึงดูดลงทีละน้อย
หมวด: ธรรมาภิบาลและการบริหารมหาวิทยาลัย
วันที่โพสต์: 20 October 2021
ที่มา: Facebook post archive
academic-career university-governance higher-education labour-structure wellbeing
Rewritten Post
เมื่อรายได้ ความมั่นคง อิสระทางวิชาการ และอนาคตของสาขาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คำถามว่าใครจะมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่คำถามเกินจริง
ภาพประกอบบทความเรื่องอนาคตของอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัย
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้โยนคำถามที่สำคัญมากต่อระบบอุดมศึกษาไทยว่า อนาคตใครจะมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เพราะหากดูจากรายได้ ความมั่นคงของงาน เส้นทางความก้าวหน้า และเงื่อนไขเชิงโครงสร้างหลายอย่าง อาชีพนี้กลับไม่ได้มีความน่าดึงดูดอย่างที่สังคมอาจเคยจินตนาการไว้

ผู้เขียนไม่ได้พูดจากอารมณ์ล้วน ๆ แต่ไล่เป็นรายการให้เห็นชัดว่าระบบมหาวิทยาลัยกำลังจัดวางแรงจูงใจอย่างไร ตั้งแต่เงินเดือน การบังคับตำแหน่งวิชาการ การพึ่งพาเงินรายได้ ไปจนถึงการลดลงของอิสระทางวิชาการและความไม่แน่นอนของสาขาที่อาจถูกยุบหรือขาดคนสอน

จุดเด่นของโพสต์นี้คือการรื้อภาพจำว่าอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นอาชีพทรงเกียรติและมั่นคงโดยอัตโนมัติ ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่าในเชิงโครงสร้าง อาจารย์จำนวนมากอาจได้รับเงินเดือนใกล้กับบุคลากรตำแหน่งอื่น แต่กลับแบกรับความเสี่ยงด้านความก้าวหน้าและความมั่นคงสูงกว่า โดยเฉพาะเมื่อไม่สามารถได้ตำแหน่งวิชาการตามเวลาที่กำหนด

ระบบค่าตอบแทนและความเสี่ยงถูกออกแบบในทางที่ไม่จูงใจคนเก่งระยะยาว

ข้อเปรียบเทียบระหว่างอาจารย์กับสายสนับสนุนในบทความนี้คมมาก เพราะทำให้เห็นว่าระบบไม่ได้ให้รางวัลกับภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยอย่างมีนัยสำคัญเท่าที่ควร ในขณะที่อาจารย์คือสายกำลังผลิตหลักของรายได้และชื่อเสียง ระบบกลับทำให้เส้นทางอาชีพนี้มีความเสี่ยงมาก ทั้งเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ และการไม่มีค่าชดเชยหากหลุดจากเงื่อนไขตำแหน่ง

นั่นทำให้คำถามเรื่องใครจะยังอยากเป็นอาจารย์ ไม่ใช่คำถามประชด แต่เป็นคำถามเรื่อง incentive design ของทั้งระบบ

มหาวิทยาลัยยิ่งพึ่งพาเงินรายได้มากเท่าไร ก็ยิ่งต้องแข่งขันแย่งทั้งนักศึกษาและอาจารย์เก่งมากขึ้น

ผู้เขียนชี้ว่ามหาวิทยาลัยในอนาคตจะต้องพึ่งพาเงินรายได้จากการศึกษา แต่กลับถูกจำกัดไม่ให้เก็บค่าเรียนแพง ขณะเดียวกันก็ถูกคาดหวังว่าต้องให้ของดี สิ่งนี้สร้างแรงกดดันเชิงโครงสร้างทันที เพราะต้นทุนหลักของมหาวิทยาลัยคือเงินเดือน และคนที่สร้างรายได้หลักก็คืออาจารย์

เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ มหาวิทยาลัยทั่วไปย่อมมีแนวโน้มได้คนตามเงื่อนไขเฉพาะหน้า เช่น เพราะไม่ขาดแคลนหรือเพราะใกล้บ้าน ส่วนมหาวิทยาลัยที่ปรับตัวได้ดีกว่าจะดูดคนเก่งไป นี่คือการแข่งขันเชิงแรงงานที่ไม่ใช่ทุกแห่งจะรับมือได้

อิสระทางวิชาการที่ลดลงทำให้อาชีพนี้ยิ่งสูญเสียความหมายในเชิงวิชาชีพ

ส่วนที่หนักมากในโพสต์นี้คือการระบุว่าอิสระทางวิชาการแทบไม่มีแล้ว งานวิจัยต้องเดินตามแผนวิจัย ขณะที่การพัฒนานักวิจัยระดับโท-เอกกลับกลายเป็นผลพลอยได้ ไม่ใช่เป้าหมายหลัก มุมนี้ชี้ว่าปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน แต่รวมถึง ความหมายของการเป็นอาจารย์ ด้วย

เมื่อบทบาทที่เคยเป็นหัวใจของมหาวิทยาลัยค่อย ๆ ถูกลดให้เป็นของแถม อาชีพนี้ก็ไม่เพียงแต่มั่นคงน้อยลง แต่ยังน่าปรารถนาน้อยลงในเชิงจิตวิญญาณวิชาชีพอีกด้วย

คำเตือนสุดท้ายคือ หากระบบไม่เปลี่ยน มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจเหลือเพียงที่ดิน ไม่ใช่สถาบันความรู้

ประโยคปิดที่ว่ามหาวิทยาลัยใกล้รถไฟฟ้าอาจกลายเป็นศูนย์การค้าหรือที่จอดรถแทน เป็นการเสียดสีที่แรงแต่เห็นภาพชัด มันไม่ได้หมายถึงอสังหาริมทรัพย์ตรง ๆ เท่านั้น แต่เตือนว่าถ้ามหาวิทยาลัยไม่สามารถรักษาทั้งนักศึกษา อาจารย์ และคุณค่าของการเรียนรู้ไว้ได้ โครงสร้างทางกายภาพก็อาจอยู่ต่อโดยไร้ภารกิจเดิม

ดังนั้น บทความนี้จึงไม่ใช่แค่การบ่นเรื่องอาชีพอาจารย์ แต่เป็นการเตือนล่วงหน้าถึงอนาคตของระบบอุดมศึกษาทั้งระบบ หากยังปล่อยให้แรงจูงใจและโครงสร้างเดินไปในทิศทางเดิม

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
โพสต์ของ พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า เพิ่มรูปภาพลงในอัลบั้ม: แนวคิดด้านการศึกษา 20 ตุลาคม 2021 · อนาคตใครจะมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย - อาจารย์ได้รับเงินเดือนพอๆกับเจ้าหน้าทีตำแหน่งอื่นในมหาวิทยาลัย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถทำตำแหน่งชำนาญการ เพื่อรับเงินค่าตำแหน่ง เช่นเดียวกับตำแหน่งวิชาการ - อาจารย์ถ้าไม่ได้ตำแหน่งวิชาการในเวลาที่กำหนด ถูกให้ออกโดยไม่ได้รับค่าชดเชย ในขณะที่ตำแหน่งอื่นถูกเลิกจ้างจะได้รับ - ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของ #มหาวิทยาลัย (ทุกที่) อยู่ที่เงินเดือน - อนาคตมหาวิทยาลัยจะต้องพึ่งพาเงินรายได้ (จาก "การศึกษา" ที่เรียกกันว่า "การลงทุน" แต่ห้ามเก็บเงินแพง แล้วจะต้องได้ของดี) - รายได้ของมหาวิทยาลัยมาจากอาจารย์เป็นสายกำลังผลิตหลัก (ส่วนที่เหลือเขาเรียกสายสนับสนุน) - อัตราส่วนของ จำนวนอาจารย์ต่อเจ้าหน้าที่สายสนับสนุน ประมาณ 3 ต่อ 8 แล้วแต่ที่ - การขึ้นเงินเดือนให้อาจารย์ตามวิธีปฏิบัติเดิม จะต้องเพิ่มอัตราส่วนทุกคนในมหาวิทยาลัยไปในทางเดียวกันเสมอ จะเพิ่มได้อย่างไร - ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะได้รับเงินเดือนต่างหากไม่เกี่ยวกับปัญหาข้างต้น (เข้าใจว่าทุกที่) - อาชีพครูในระบบราชการ ได้รับบำนาญ แต่มหาวิทยาลัยไม่แน่ แล้วแต่ที่ แต่ถึงจะได้ก็ไม่เยอะหรอก - ความอิสระทางวิชาการไม่มีแล้ว จะทำวิจัยเรื่องใด เป็นการทำวิจัยตามแผนวิจัย มุมมองเพื่อการผลิตนักวิจัยระดับปริญญาโท-เอก เป็นเพียง "ผลพลอยได้" (ไม่ใช่เป้าหมาย) จากการทำวิจัยของอาจารย์ - หรือน่าจะสรุปได้เลยว่า การพัฒนานักวิจัยโท-เอก กลายเป็นผลพลอยได้ของมหาวิทยาลัยไปแล้ว - แนวโน้มมหาวิทยาลัย ตำแหน่งอาจารย์ในสาขาที่ไม่นิยม อาจโดนยุบ เพราะไม่มีคนเรียน - ในทางตรงข้าม ตำแหน่งอาจารย์ในสาขาที่เป็นที่นิยม อาจโดนยุบ เพราะไม่มีคนสอน - ทำให้ ตำแหน่งอาจารย์ที่ไม่มีปัญหา ก็จะมีอยู่แต่สาขาที่รัฐบาลต้องสนับสนุน หรือมาเรียนเพราะมีวุฒิที่หน่วยงานภาครัฐต้องการ - ถ้าไม่มั่นคงอย่างนี้ คนจะต้องมาเป็นอาจารย์ เขาก็จะถามมหาวิทยาลัยแต่ละที่ว่าให้อะไรบ้าง เงินเดือน สวัสดิการ ฯลฯ และการตัดสินใจก็ง่ายคือ เอาสิบเบี้ยใกล้มือไว้ก่อน มหาวิทยาลัยทั่วไปจะได้อาจารย์เฉพาะสาขาไม่ขาดแคลน หรือเลือกเพราะใกล้บ้าน ส่วนมหาวิทยาลัยที่ปรับตัวได้จะได้คนเก่งไป วันนี้ยังพอได้ วันหน้าผมว่ามหาวิทยาลัยที่ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้า อาจกลายเป็นศูนย์การค้าหรือที่จอดรถแทน เพราะคนไม่จำเป็นต้องมาเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง