Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

เมื่อวัดใหญ่โตแต่โรงเรียนข้างกันทรุดโทรม คำถามจึงไม่ใช่แค่เรื่องงบ แต่คือศรัทธาของสังคมกำลังไหลไปหาอะไร

ข้อเขียนนี้ตั้งคำถามตรงไปยังภาพที่พบได้บ่อยในสังคมไทย คือวัดใหญ่ที่งดงามอลังการ แต่โรงเรียนข้างกันกลับทรุดโทรมและขาดโอกาส โดยชี้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่เรื่องหน่วยงานหรืองบประมาณคนละกอง แต่อยู่ที่ทิศทางของศรัทธาและการให้คุณค่าของสังคม ว่าเรากำลังทุ่มทรัพยากรไปกับพิธีกรรมและสิ่งก่อสร้าง มากกว่าการสร้างคนหรือไม่
หมวด: สังคม ศีลธรรม และการศึกษา
วันที่โพสต์: 13 July 2025
ที่มา: Facebook post archive
education religion social-values moral-philosophy inequality
Rewritten Post
ถ้าวัดยิ่งหรูแต่โรงเรียนยิ่งแย่ เราคงต้องถามใหม่ว่าเรากำลังสร้างศรัทธาเพื่ออิฐปูน หรือเพื่อคนรุ่นต่อไป
ภาพประกอบบทความเรื่องวัดใหญ่แต่โรงเรียนข้างกันทรุดโทรม
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

โพสต์นี้เริ่มจากภาพที่หลายคนเคยเห็นแต่ไม่ค่อยพูดถึงตรง ๆ คือการไปเจอวัดใหญ่ที่งดงามอลังการ เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ของศรัทธาและทรัพยากร ขณะที่เพียงเดินออกมาไม่กี่ก้าวกลับพบโรงเรียนที่ใช้ชื่อเดียวกัน แต่สภาพทรุดโทรม ขาดอุปกรณ์ ครูเหนื่อย และนักเรียนขาดโอกาสอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่ผู้เขียนตั้งคำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเงินอยู่คนละกองหรือหน่วยงานคนละกรม แต่คือศรัทธาของสังคมกำลังไหลไปหาอะไร เพราะถ้าศรัทธาถูกเทไปที่อิฐปูนมากกว่าการสร้างเด็กให้เติบโตเป็นคนดี ความย้อนแย้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบริหารอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องค่านิยมของทั้งสังคม

ปัญหาไม่ได้อยู่แค่วัดกับโรงเรียนอยู่คนละระบบ แต่อยู่ที่เรายอมรับภาพนี้จนกลายเป็นเรื่องปกติ

ผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเข้าใจเรื่องโครงสร้างราชการ วัดกับโรงเรียนอยู่คนละกรม งบคนละถัง แต่ก็ยังยืนยันว่าคำถามของประชาชนไม่ควรจบแค่คำอธิบายทางระบบ เพราะต่อให้ระบบแยกกันอยู่ ความจริงที่เห็นตรงหน้าก็คือวัดมั่งคั่ง ขณะที่โรงเรียนซึ่งควรเป็นที่สร้างอนาคตของเด็กกลับขาดแคลน

เมื่อภาพแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนไม่มีใครสะดุดใจ เรากำลังเสี่ยงทำให้ความไม่สมดุลกลายเป็นสิ่งปกติ และปล่อยให้สังคมให้รางวัลกับสิ่งที่มองเห็นง่ายอย่างความอลังการ มากกว่าสิ่งที่สำคัญกว่าแต่ไม่หวือหวาอย่างการพัฒนาคุณภาพของคน

ศาสนาควรอยู่ที่การสร้างคน ไม่ใช่ถูกลดเหลือเพียงพิธีกรรม อาคาร หรือความหรูหราของวัด

ช่วงกลางของโพสต์ชัดมากว่า ผู้เขียนไม่ได้ปฏิเสธศาสนา ตรงกันข้าม เขาย้ำว่าเคารพศาสนาเสมอ เพราะศีลธรรมคือหลักในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ แต่ความเคารพนั้นไม่ได้แปลว่าต้องยอมรับการตีกรอบศาสนาให้เหลือเพียงการสร้างวัดให้หรูหรือจัดงานบุญให้อลังการ

นี่ทำให้แก่นของบทความอยู่ที่การเรียกร้องให้ศาสนากลับไปสู่ภารกิจสำคัญที่สุด คือการสร้างคนให้ดี ซึ่งในอดีตวัดเคยทำหน้าที่เป็นทั้งโรงเรียน โรงทาน และศูนย์กลางความรู้ของชุมชน หากวันนี้วัดจำนวนมากขยับไปเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปหรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมสำหรับผู้มีอันจะกิน ก็ยิ่งควรถามว่าศาสนาในสังคมไทยกำลังขยับออกห่างจากรากเดิมหรือไม่

การทำบุญที่มีความหมายอาจไม่ใช่การเติมทรัพยากรให้สิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่คือการหันไปช่วยที่ที่ขาดจริง

ข้อสรุปเชิงปฏิบัติของโพสต์นี้แรงและชัดมาก คือเมื่อผู้เขียนเห็นวัดหรูแต่โรงเรียนโทรม เขาจะไม่เช่าพระ ไม่ซื้อดอกไม้ ไม่ถวายสังฆทาน แต่จะเอาเงินไปบริจาคให้โรงเรียนแทน นี่ไม่ใช่การปฏิเสธศาสนา แต่เป็นการตีความศรัทธาใหม่ว่า การทำดีควรไปอยู่ในจุดที่ช่วยสร้างคนและลดความเหลื่อมล้ำได้จริง

ช่วงที่โยงเรื่องพระผู้ใหญ่ ข่าวสีกา และประโยคว่า พระก็คือคน ก็ทำให้บทความนี้ยิ่งชัดว่า ผู้เขียนไม่ผูกศาสนาไว้กับตัวบุคคลหรือเปลือกภายนอก แต่ผูกกับสัจธรรม จริยธรรม และการตัดสินใจที่ดี ดังนั้น คำถามปิดว่ามันคือสังคมแบบไหนกันแน่ จึงเป็นคำถามใหญ่ต่อทั้งศรัทธา การศึกษา และลำดับความสำคัญของสังคมไทยในปัจจุบัน

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า 13 กรกฎาคม 2025 · กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย · 🛕 สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นมานานและรำคาญใจที่สุด เวลาไปวัดใหญ่หลายแห่ง เคยไหมครับ… ไปเยือน “วัด XXX” ในจังหวัดใหญ่สักแห่ง แล้วรู้สึกทึ่งกับความศรัทธาและความอลังการของวัด โบสถ์ใหญ่โต 🏛️ ภาพจิตรกรรมฝาผนังงดงาม 🎨 ช่อฟ้าทองเหลืองแวววับ ✨ รั้ววัดแข็งแรงราวกับกำแพงเมือง 🧱 จนอดคิดไม่ได้ว่า... *** ใครกันแน่ที่สนับสนุนวัดนี้ให้ยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้? -- แต่พอเดินออกจากวัดแค่ไม่กี่ก้าว เจอ “โรงเรียน XXX” ซึ่งใช้ชื่อเดียวกับวัดนั้นแหละ ทรุดโทรม เก้าอี้พัง ห้องเรียนชำรุด อุปกรณ์ไม่พอ ❌📚 ครูเหนื่อย นักเรียนขาดโอกาส ใช่ครับ ผมเข้าใจว่า วัดกับโรงเรียนอยู่คนละกรม เงินคนละกอง งบคนละถัง แต่เราในฐานะประชาชน เราควรถามตัวเองแล้วว่า... *** ทำไมถึงปล่อยให้ วัดมั่งคั่ง แต่โรงเรียนแร้นแค้น? *** ทำไมศรัทธาถึงไหลไปที่อิฐปูน มากกว่าเด็กๆ ที่ต้องโตมาเป็นคนดี? -- 🧘‍♂️ ในอดีต วัดคือทุกอย่างของชุมชน เป็นโรงเรียน เป็นโรงทาน เป็นศูนย์รวมความรู้และคุณธรรม แต่วันนี้ หลายวัดกลายเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม เป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูป เป็นที่พักผ่อนของผู้มีอันจะกิน ผม เคารพศาสนาเสมอ เพราะศีลธรรมคือหลักในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ แต่ศาสนาไม่ควรถูกตีกรอบไว้แค่ “การสร้างวัดให้หรู” หรือ “การจัดงานบุญให้อลังการ” สิ่งที่สำคัญคือ การสร้างคนให้ดีต่างหาก -- 😔 และในช่วงที่ผ่านมา เราคงได้เห็นข่าว พระผู้ใหญ่ระดับราชาคณะ จากวัดดังหลายแห่ง มีประเด็นกับ สีกา 👩‍🦱 จนต้อง “สึก” กันเป็นแถว ผมไม่ได้แปลกใจอะไรเลยครับ… เพราะ “พระก็คือคน” ไม่ใช่เทวดา อย่าไปตีความว่านั่นคือความเสื่อมของศาสนาเลย *** สัจธรรมยังคงอยู่ *** กฎแห่งกรรมยังหมุนเวียนต่อไป ♻️ -- 🧱 ผมพูดอยู่เสมอว่า "ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน" และ “ชั่วดีรู้หมด อดใจไม่ไหว” แปลว่า ต่อให้มีความรู้มากแค่ไหน "ถ้าตัดสินใจไม่ดี ก็ไม่มีประโยชน์" อริยสัจ 4 ถ้ามองในมุมมหาวิทยาลัย ก็เหมือนการเรียน ระเบียบวิธีวิจัย เลยครับ ตั้งคำถาม → หาวัตถุประสงค์ → วิเคราะห์ผลลัพธ์ → พิจารณาด้วยจริยธรรม -- 📌 ดังนั้น เวลาผมไปวัด ผมไหว้พระประธาน 🙏 แต่ถ้าเห็นว่า “วัดหรู โรงเรียนโทรม” *** ผมจะไม่เช่าพระ *** ไม่ซื้อดอกไม้ *** ไม่ถวายสังฆทาน *** ผมจะ “ไปบริจาคให้โรงเรียน” แทน -- ในสังคมที่ “วัดใหญ่ โรงเรียนห่วย” แบบนี้ เราต้องหันกลับมาถามตัวเองว่า... 🔍 นี่มันสังคมแบบไหนกันแน่?
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง