มหาวิทยาลัยต้องกลับมาถามใหม่ว่าผลิตบัณฑิตเพื่อตอบโจทย์ใคร
บทความนี้วิจารณ์วิธีคิดแบบเดิมของระบบการศึกษาไทยที่เมื่อเกิดวิกฤติ ก็หันไปแก้ด้วยการเพิ่มอะไรบางอย่างเข้าไปในหลักสูตรแบบ ad hoc ไม่ว่าจะเป็นศีลธรรม หน้าที่พลเมือง ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน AI พลศึกษา คณิตศาสตร์ หรือศิลปะ โดยหวังว่าการเติมรายวิชาหรือหัวข้อใหม่จะช่วยแก้ปัญหาเชิงระบบได้ทั้งหมด
แต่ปัญหาที่บทความชี้ให้เห็นลึกกว่านั้น คือการที่มหาวิทยาลัยและพื้นที่นโยบายด้านการศึกษามักคุยเรื่องใหญ่ระดับประเทศอย่างท่าเรือน้ำลึก จีโนม หรือการพัฒนาพื้นที่กันดาร ขณะที่ในความเป็นจริงกลับปล่อยหลักสูตรให้แก้ไปตามรอบ และไม่ย้อนถามอย่างจริงจังว่า ภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยต่อนิสิตและบัณฑิตคืออะไร
โพสต์นี้ยังตั้งข้อสังเกตแรง ๆ ต่อสถานการณ์ที่ความรู้หาได้จากอินเทอร์เน็ตแทบทั้งหมด คอร์สออนไลน์ระดับโลกมีคุณภาพสูงกว่า และ AI ก็ช่วยแปลภาษาได้ง่ายขึ้น ในบริบทเช่นนี้ ความคิดที่ว่ามหาวิทยาลัยไทยจะไปแข่งขายคอร์สออนไลน์จึงอาจสะท้อนความไม่เข้าใจทั้งเรื่องตลาด เนื้อหา และต้นทุนการผลิตความรู้ในยุคใหม่
ภาควิชายังใส่ใจนิสิตที่สุด แต่ระบบทั้งมหาวิทยาลัยกลับคุยกันคนละเรื่อง
ในสายตาของบทความ ภาควิชาเป็นหน่วยที่ใส่ใจนิสิตอย่างตรงไปตรงมาที่สุด แต่ก็ถูกตีกรอบให้คุยได้เฉพาะเรื่องของตัวเอง ขณะที่โต๊ะอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยกลับคุยกันคนละระดับและคนละภาษา ระดับมหาวิทยาลัยคุยภาพกว้างเชิงนามธรรม ระดับคณะคุยเรื่อง MOU และความร่วมมือ แต่ทุกโต๊ะไม่เคยคุยกันจริงในสิ่งที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ของบัณฑิต
จุดนี้นำไปสู่ข้อเสนอสำคัญว่ามหาวิทยาลัยควรเปิดพื้นที่ให้ภาควิชาคุยกันข้ามภาควิชา เพื่อสร้างแนวคิดใหม่และความร่วมมือแบบพึ่งพาอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่การดูดทรัพยากรจากกัน เพราะโอกาสใหม่ของบัณฑิตอาจเกิดจากการเชื่อมโยงใหม่ภายในสิ่งแวดล้อมเดิมมากกว่าการเพิ่มสิ่งใหม่แบบกระจัดกระจาย
คำถามหลักไม่ใช่จะเพิ่มอะไร แต่คือบัณฑิตที่เราผลิตกำลังตอบโจทย์ใคร
สารหลักของบทความจึงกลับมาที่คำถามพื้นฐานที่สุดว่า มหาวิทยาลัยมีหน้าที่อะไร และบัณฑิตที่เราผลิตออกไปกำลังตอบโจทย์ใคร ถ้าคนนอกยังบ่นต่อเนื่อง แปลว่าระบบอาจยังไม่เข้าใจหน้าที่ของตัวเองชัดพอในการผลิตบุคลากรชั้นยอดให้สังคม
เมื่อโลกเปลี่ยนไป คำตอบก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย หากยังใช้วิธีเดิม คนเดิม และวิธีคิดเดิม ผลลัพธ์ก็จะยังคงเดิม บทความนี้จึงเป็นคำชวนให้ rethink, reframe และกลับมามองบทบาทของมหาวิทยาลัยผ่านสายตาของนิสิต บัณฑิต และผู้ใช้บัณฑิตอย่างจริงจัง