Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

การต่ออายุราชการอาจมาแน่ แต่จะเป็นเพียงแผ่นปะในมหาวิทยาลัยที่กำลังเข้าสู่ภาวะหดตัวถาวร

ข้อเขียนนี้วิเคราะห์ภาพรวมของการต่ออายุราชการในมหาวิทยาลัยไทย โดยชี้ว่ามาตรการนี้มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นแบบเลือกเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่เหมารวม และแม้อาจช่วยประคองบางคนหรือบางองค์กรในระยะสั้น แต่ไม่ได้แตะโครงสร้างใหญ่ของมหาวิทยาลัยไทยที่กำลังหดตัวจากจำนวนเด็กที่ลดลง เทคโนโลยีใหม่ และข้อจำกัดทางการเงินที่สะสมอยู่แล้ว
หมวด: ธรรมาภิบาลและการบริหารมหาวิทยาลัย
วันที่โพสต์: 26 November 2025
ที่มา: Facebook post archive
higher-education workforce governance demography structural-decline
Rewritten Post
ต่ออายุราชการอาจช่วยบางกลุ่มระยะสั้น แต่ถ้าไม่แตะโครงสร้างใหญ่ของมหาวิทยาลัย มันอาจกลายเป็น short-term gain for some, long-term collapse for all
ภาพประกอบบทความเรื่องการต่ออายุราชการกับมหาวิทยาลัย
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้เสนอภาพรวมที่ค่อนข้างชัดว่าแนวโน้ม การต่ออายุราชการ ในมหาวิทยาลัยไทยน่าจะมาแน่ แต่จะมาแบบ selective ไม่ใช่ต่ออายุแบบเหมารวม เพราะงบไม่พอ เด็กหาย ระบบการเงินสั่นคลอน และรัฐไม่มีทางแบกรับทุกคนได้พร้อมกัน

ผู้เขียนชี้ว่ากลุ่มที่มีโอกาสได้ต่ออายุมากกว่าคนอื่นคือกลุ่มที่ผูกกับกฎหมายเก่า กลุ่มผู้บริหารหรือ “ลายเซ็น” ของมหาวิทยาลัย และบางคนที่สถาบันยังต้องใช้หน้า ชื่อ หรือเครือข่ายของเขาอยู่ ขณะที่พนักงานมหาวิทยาลัยรุ่นใหม่กลับมีโอกาสน้อยมาก และนั่นทำให้ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องอายุ แต่เป็นเรื่องของ โครงสร้างอำนาจและความเหลื่อมล้ำ ในระบบ

จุดคมที่สุดของบทความนี้คือการผูกเรื่องการต่ออายุราชการเข้ากับบริบทใหญ่ของ ภาวะหดตัวถาวรของมหาวิทยาลัยไทย ผู้เขียนมองว่าการขาดนักศึกษาเรื้อรัง หลักสูตรที่เปิดแล้วมีเด็กน้อย งบที่หายไปตามจำนวนเด็ก และการเปลี่ยนรุ่นผู้บริหารที่ยังไม่ปักหลัก กำลังทำให้มหาวิทยาลัยเข้าสู่ยุคที่ไม่อาจแก้ด้วยวิธีประคองคนเดิมไว้อย่างเดียวได้อีกแล้ว

ต่ออายุแบบ selective อาจประคองบางคน แต่ไม่แตะปัญหาเชิงระบบ

ผู้เขียนอธิบายว่าการต่ออายุมีแนวโน้มจะถูกใช้กับบางกลุ่มที่รัฐหรือมหาวิทยาลัย “จำเป็นต้องใช้” เช่น ผู้บริหาร ดาวเด่น หรือคนที่มีเครือข่ายดึงงบและทรัพยากรได้ แต่จะไม่เกิดกับทุกคน เพราะต้นทุนสูงเกินไปและขัดกับข้อจำกัดทางการเงินของระบบโดยตรง

ในแง่นี้ การต่ออายุจึงเป็นเพียง แผ่นปะ ไม่ใช่ทางรอด เพราะมันช่วยยืดอายุการใช้งานของบางตำแหน่ง แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องเด็กหาย งบลด หรือโครงสร้างอาชีพที่ไม่ดึงดูดคนรุ่นใหม่

การประคองคนเก่าไว้นานขึ้น อาจยิ่งปิดทางคนรุ่นใหม่และเร่งการล้มของระบบ

บทความนี้ชี้ผลกระทบตรง ๆ ว่า หากมีการต่ออายุเยอะ ระบบจะยิ่งปิดตำแหน่งไม่ให้คนรุ่นใหม่เข้า innovation ก็หายตาม และสองมาตรฐานระหว่างอาจารย์เก่ากับอาจารย์รุ่นใหม่จะชัดขึ้นเรื่อย ๆ

ตรงนี้ทำให้การต่ออายุไม่ได้เป็นแค่เรื่องสิทธิของผู้ใกล้เกษียณ แต่เป็นคำถามเรื่อง การถ่ายเลือดใหม่ ของสถาบัน หากเลื่อนการเปลี่ยนผ่านออกไปเรื่อย ๆ ระบบก็อาจกลับมาพังหนักกว่าเดิมเมื่อคนที่ต่ออายุไว้ต้องเกษียณอีกรอบพร้อมกัน

มหาวิทยาลัยกำลังเจอ disruption ที่ไม่เกี่ยวกับ aging society อย่างเดียว

ผู้เขียนชี้ว่า การต่ออายุอาจารย์ไม่ได้แตะโครงสร้างใหญ่ของประเทศและของมหาวิทยาลัยเลย เพราะในโลกข้างหน้า online, blended, industry-led education รวมถึง AI ที่ทำ TA, grading, tutoring และ lecture ได้ จะเปลี่ยน landscape ของการอุดมศึกษาอย่างลึกซึ้ง

นั่นทำให้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าคนสูงวัยควรทำงานต่อหรือไม่ แต่คือระบบมหาวิทยาลัยยังมีโมเดลที่ยั่งยืนหรือเปล่า เมื่อบริษัทจำนวนมากเริ่มไม่มองปริญญาในบางสายงาน และบางประเทศอย่างญี่ปุ่นเริ่มยุบมหาวิทยาลัยไปแล้วจริง ๆ

คำเตือนสุดท้ายคืออาชีพอาจารย์ไม่ใช่อาชีพมั่นคงอีกต่อไป

ข้อสรุปของบทความนี้รุนแรงแต่ชัด คือผู้เขียนยังย้ำกับลูกเหมือนเดิมว่า “อย่ามาเป็นอาจารย์ ถ้าไม่รวยจริง” เพราะเงินเดือนสู้เอกชนไม่ได้ ความมั่นคงไม่มีจริง KPI หนักขึ้นทุกปี และเส้นทางเติบโตแคบลงท่ามกลางจำนวนเด็กที่ไม่เพิ่ม

ประโยคปิด Short-term gain for some, long-term collapse for all จึงสรุปใจความได้ครบว่า มาตรการต่ออายุอาจทำให้บางคนได้ประโยชน์ระยะสั้น แต่หากไม่ปฏิรูปโครงสร้างใหญ่ของมหาวิทยาลัยไทย มันอาจเร่งการล่มสลายระยะยาวมากกว่าจะช่วยกู้ระบบ

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
โพสต์ของ พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า เพิ่มรูปภาพลงในอัลบั้ม: แนวคิดด้านการศึกษา — รู้สึกเท่ที่ Department of Computer Engineering - Kasetsart University 26 พฤศจิกายน 2025 · กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย · การต่ออายุราชการ กับ มหาวิทยาลัย ------------------------------------- ไหนๆ ก็เป็นประเด็นแค่ว่า "เมื่อไหร่" ผมก็ขอวิเคราะห์ภาพรวมให้ฟังแล้วกัน 🎯 แนวโน้ม “ต่ออายุราชการ” ในมหาวิทยาลัยไทย: มาแน่ แต่แบบ Selective ✔️ ไม่ใช่ต่ออายุแบบเหมารวม งบไม่พอ เด็กหาย ระบบการเงินสั่นคลอน รัฐไม่มีทางต่อให้ทุกคนแน่นอน ✔️ กลุ่มที่ผูกกับกฎหมายเก่า (พนักงานมหาวิทยาลัยเปลี่ยนสภาพ) กึ่งราชการ → ร้องเรียนง่าย → รัฐไม่เสี่ยง แต่จะเพิ่มเงื่อนไขเยอะขึ้น คะแนน–ผลงาน–ความเห็นสภา และส่วนใหญ่ จะถูกกันไม่ให้เป็นผู้บริหาร เพราะขัดโครงสร้างอำนาจเดิม ✔️ กลุ่มผู้บริหาร/ดาวเด่น/ลายเซ็นมหาวิทยาลัย กลุ่มนี้มักได้ต่อ เพราะต้องใช้ “หน้า–ชื่อ–เครือข่าย” ดึงงบ ญี่ปุ่น–เกาหลี–ไต้หวัน–จีน ก็ทำแบบนี้ ✔️ พนักงานมหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ = โอกาสน้อยมาก เพราะ “ไม่ใช่ข้าราชการ ไม่ผูกพัน และรัฐไม่จ่าย” จะต่อได้ต้องรับเงินระดับเด็กจบใหม่ แลกกับลดงานหลังเกษียณ และ ไม่มีสิทธิบริหาร เช่นเดิม ตรงกับแนวโน้มประเทศที่กำลังลด/รวมมหาวิทยาลัย --- 📉 เด็กหาย = มหาวิทยาลัยเข้าสู่ “ภาวะหดตัวถาวร” ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดน้อยที่สุดในโลก บางปีต่ำกว่าโซล–โตเกียวแล้วด้วยซ้ำ ผลที่เลี่ยงไม่ได้: • หลายมหาวิทยาลัย “ขาดนักศึกษาเรื้อรัง” • หลักสูตรเปิดแล้วมีเด็กหนึ่งคนก็เริ่มเห็น • งบตามจำนวนเด็กหายเป็นปี • ผู้บริหารรุ่นเก่ายังติดภาพยุคเด็กล้น • ผู้บริหารถัดไปคือ Gen Y อายุ 40–45 ที่ยังไม่ปักหลัก ต่ออายุเยอะ = ระบบล้มเร็วขึ้น เพราะปิดทางคนรุ่นใหม่ และเพิ่มภาระที่ไม่มีวันยั่งยืน --- 📚 ต่ออายุไป… ก็ไม่มีนักศึกษาเรียนอยู่ดี ภาพอนาคตชัดมาก: • online / blended / industry-led • AI ทำ TA–grading–tutoring–lecture ได้หมด • บริษัทไม่มองปริญญาในหลายสายงาน โดยเฉพาะ data/dev/AI • ญี่ปุ่นเริ่มยุบมหาวิทยาลัยหลายแห่งแล้ว การต่ออายุอาจารย์ = ประคองอาคาร แต่ไม่แตะโครงสร้างใหญ่ของประเทศเลย (และไม่เกี่ยวกับ Aging Society ด้วยซ้ำ) --- ⚠️ ผลลัพธ์ถ้ารัฐเดินหน้าต่ออายุ ❌ คนรุ่นใหม่เข้าไม่ได้ ตำแหน่งปิด → innovation ก็หายตาม ❌ สองมาตรฐานชัดขึ้น อาจารย์เก่า = สิทธิและเงินครบ อาจารย์รุ่นใหม่ = ไม่มีสิทธิ ไม่มีความมั่นคง KPI อัดเต็ม ❌ สุดท้ายคนที่ต่ออายุก็ต้องเกษียณอีกรอบอยู่ดี ระบบก็กลับไปพัง เพราะไม่ได้เติมเลือดใหม่มานานเกินไป --- 🚤 คาดว่า “รัฐบาลจะลอยแพ แล้วให้มหาวิทยาลัยตัดสินเอง” สูตรนโยบายแบบไทย ๆ: • ทำทีว่า “ไม่ได้ตัดสิทธิ” • แต่โยนให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาเอง • มหา’ลัยไหนเงินไม่พอ → ไม่ต่อ • ผู้บริหาร/คนสำคัญ → ได้ต่อ เรียบร้อย และคาดเดาได้เสมอ --- 👨‍👧 สิ่งที่ผมบอกลูก และยังย้ำเหมือนเดิม “อย่ามาเป็นอาจารย์ ถ้าไม่รวยจริง” เพราะวันนี้อาชีพนี้คือ: • เงินเดือนสู้เอกชนไม่ได้ • ความมั่นคงไม่มีจริง • KPI หนักขึ้นทุกปี • งานสอน–รายงาน–ประเมิน พอกทุกปี • จำนวนเด็กไม่เพิ่ม • เส้นทางเติบโตจำกัด • ปริญญาเอกใช้เวลา 5–6 ปี = เสียโอกาสรายได้มหาศาล ถ้าไม่มีทุนหรือฐานะรองรับ → ไม่คุ้มจริง ๆ --- 📌 สรุป ✔ ต่ออายุ “บางกลุ่ม” มาแน่ ✔ แต่เป็นแค่แผ่นปะ ไม่ใช่ทางรอด ✔ มหาวิทยาลัยไทยเข้าสู่ยุคหดตัวถาวร ✔ คนรุ่นใหม่เข้ายากขึ้น ✔ ความเหลื่อมล้ำหนักขึ้น ✔ อีก 10–15 ปี หลายแห่งถูกบังคับให้รวม/ยุบ ✔ อาชีพอาจารย์ไม่ใช่อาชีพมั่นคงอีกต่อไป และที่น่าเศร้าสุด คือ ผมวางแผนเกษียณแล้ว แต่จะต้องถูกเลื่อนไปกี่ปีก็ไม่รู้ Short-term gain for some Long-term collapse for all.
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง