Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

ความคุ้มค่าของการลงทุนวิจัยอาจถูกถามผิดมาตั้งแต่ต้น ถ้ายังไม่แยกให้ออกว่าความเสี่ยง ผลตอบแทน และความสำเร็จควรวัดอย่างไร

ข้อเขียนชิ้นนี้ใช้ภาษากวนและตัวอย่างเปรียบเทียบแบบตั้งใจให้ขำ เพื่อชวนคิดเรื่องยากอย่างการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนด้านการวิจัย ผู้เขียนตั้งคำถามต่อเกณฑ์วัดความสำเร็จ ผลตอบแทน ความเสี่ยง และภาระที่ซ่อนอยู่ในระบบวิจัย จนทำให้ผู้อ่านต้องกลับมาคิดใหม่ว่า เรากำลังประเมินการลงทุนวิจัยด้วยกรอบที่สมเหตุสมผลจริงหรือไม่
หมวด: AI ดิจิทัล และอนาคตการศึกษา
วันที่โพสต์: 21 October 2016
ที่มา: Facebook post archive
research-policy investment innovation economics satire
Rewritten Post
ถ้ามองการลงทุนวิจัยเหมือนการแทงหวย เราอาจได้คำตอบเชิงเศรษฐศาสตร์ที่ขำ แต่ก็สะท้อนปัญหาจริงของวิธีคิดเรื่องความคุ้มค่าอย่างเจ็บแสบ
ภาพประกอบบทความเรื่องการลงทุนวิจัยกับการแทงหวย
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้เล่นกับคำถามเรื่อง ความคุ้มค่า ของการลงทุนวิจัยด้วยวิธีที่ทั้งตลกและคมมาก ผู้เขียนไม่ได้ตอบตรง ๆ ว่างานวิจัยคุ้มค่าหรือไม่ แต่ใช้คำถามเปรียบเทียบหลายชุดเพื่อทำให้เห็นว่าเกณฑ์ที่เราใช้วัด “ความคุ้มค่า” นั้นอาจสับสนปะปนกันอยู่ตั้งแต่ต้น

ตั้งแต่อาหารอร่อยแต่แพง อาหารมีโภชนาการแต่ไม่อร่อย ไขมันที่จุกอก ไปจนถึงการลงทุนป้องกันน้ำท่วมและการทำ start-up ผู้เขียนกำลังชี้ว่า การประเมินผลตอบแทนของการวิจัยไม่ใช่เรื่องตรงไปตรงมาแบบใส่ตัวเลขแล้วจบ เพราะมันเต็มไปด้วยคำถามเรื่องความเสี่ยง ภาระส่วนเกิน และผลลัพธ์ที่ไม่เกิดขึ้นก็อาจมีคุณค่าในตัวเอง

แกนสำคัญของโพสต์นี้คือการรื้อวิธีคิดแบบเส้นตรงที่ชอบถามเพียงว่า “ใส่เงินไปเท่านี้ ได้ผลตอบแทนกลับมาเท่าไร” ผู้เขียนใช้ตัวอย่างจากชีวิตประจำวันเพื่อชี้ว่า ต่อให้กินอาหารราคาแพงแล้วมีความสุข หรือกินของถูกแต่มีโภชนาการสูง คำว่า คุ้มค่า ก็ยังขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่เราเลือกใช้ตั้งแต่แรก

งานวิจัยเหมือน start-up ตรงที่ล้มเยอะ แต่ความสำเร็จไม่กี่ครั้งอาจชดเชยทั้งหมด

ตอนที่ผู้เขียนพูดถึงการลงทุนวิจัยหรือการตั้ง start-up จำนวนมากแล้วสำเร็จจริงเพียงหนึ่งเดียว เขากำลังชี้ให้เห็นธรรมชาติของระบบนวัตกรรมว่าไม่ได้ออกแบบมาให้ทุกโปรเจกต์สำเร็จเท่า ๆ กัน แต่ยอมให้มี failure จำนวนมากเพื่อเปิดทางให้ผลตอบแทนจากความสำเร็จบางชิ้นสูงพอจะคุ้มระบบโดยรวม

มุมนี้ทำให้การถามหาความคุ้มค่าของงานวิจัยเป็นรายโครงการอาจไม่พอ เพราะสิ่งที่ควรถูกมองอาจเป็น portfolio logic ของการลงทุนมากกว่าการตัดสินแบบชิ้นต่อชิ้น

การลงทุนป้องกันความเสี่ยงยิ่งวัดยาก เพราะถ้าปัญหาไม่เกิด เรามักไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ป้องกันไว้

ตัวอย่างเรื่องน้ำท่วมในโพสต์นี้คมมาก เพราะมันชี้ถึงโจทย์คลาสสิกของการประเมินนโยบายเชิงป้องกัน ถ้าลงทุนป้องกันแล้วน้ำไม่ท่วม เราควรถือว่าคุ้มหรือไม่ ในอีกทางหนึ่ง ถ้าลงทุนไปแล้วเมื่อน้ำท่วมก็ยังป้องกันไม่ได้ เราจะตัดสินว่ามันล้มเหลวทั้งหมดหรือเปล่า

คำถามแบบนี้บังคับให้เรายอมรับว่า การประเมินวิจัยจำนวนมากเกี่ยวข้องกับ counterfactual หรือสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้น ซึ่งวัดยากกว่าผลผลิตที่มองเห็นตรงหน้า

มุกเรื่องหวยใต้ดินไม่ใช่แค่ขำ แต่กำลังประชดวิธีคิดเชิงเศรษฐศาสตร์ที่เห็นแต้อัตราผลตอบแทน

ส่วนที่เสียดสีที่สุดคือการเอาสัดส่วนความสำเร็จและผลตอบแทนของการวิจัยไปเทียบกับหวยใต้ดิน พร้อมบอกว่า ถ้าคนไทยมองการลงทุนทำวิจัยเหมือนการแทงหวย ก็แสดงความเป็นนักเศรษฐศาสตร์ตัวยงของนักวิจัย นี่เป็นการประชดคม ๆ ต่อการใช้กรอบผลตอบแทนอย่างแข็งทื่อจนไม่เหลือพื้นที่ให้กับธรรมชาติของความรู้และนวัตกรรม

ประโยคที่ว่าคนเงินเดือน 15,000 บาทควรแทงหวย 300 บาทแทนทำวิจัย 300 บาท จึงไม่ได้ตั้งใจเสนอสูตรชีวิตจริง แต่ตั้งใจแสดงให้เห็นว่า ถ้าเราวัดทุกอย่างด้วยภาษาเดียวกันโดยไม่ดูบริบท เราอาจได้ข้อสรุปที่ดูมีเหตุผลแต่ ไร้สาระในทางปฏิบัติ

เสียงหัวเราะในบทความนี้ซ่อนคำเตือนว่า ถ้าระบบอยากได้งานวิจัยมากขึ้น ผลตอบแทนต้องเหนือกว่าการเสี่ยงโชคอย่างชัดเจน

ท้ายที่สุด ผู้เขียนปล่อยให้ผู้อ่าน “สรุปเอาเอง” แต่แกนที่ชัดมากคือ ถ้าสังคมหรือระบบนโยบายอยากให้คนมาทำวิจัยมากขึ้น การลงทุนและแรงจูงใจต้องชนะทางเลือกอื่นที่ง่ายกว่า เร็วกว่า และใช้แรงน้อยกว่า ไม่เช่นนั้นคนย่อมไหลไปหากิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนคุ้มกว่าในมุมของตนเอง

ดังนั้น บทความนี้แม้จะห่อด้วยอารมณ์ขัน แต่จริง ๆ คือการตั้งคำถามเชิงระบบต่อ incentive structure ของงานวิจัย อย่างจริงจังมาก

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
โพสต์ของ พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า เพิ่มรูปภาพลงในอัลบั้ม: แนวคิดด้านการศึกษา 21 ตุลาคม 2016 · จากงานวิจัยเรื่องการประเมินความคุ้มค่าการลงทุนด้านการวิจัย - การกินอาหารดีดีแพงๆเข้าไป อย่างเอร็ดอร่อย คุ้มค่าหรือไม่ - การกินอาหารโภชนาการสูง ราคาย่อมเยา แต่ไม่อร่อย คุ้มค่าหรือไม่ - กินเข้าไปเยอะ จนไขมันจุกอก ถามว่า ไขมันคือส่วนไหนของกระบวนการลงทุน - ลงทุนวิจัย/ตั้ง start-up มาเยอะแยะ สำเร็จแค่อันเดียว วัดความสำเร็จอย่างไร - ลงทุนวิจัยเรื่องป้องกันน้ำท่วม แต่น้ำไม่ท่วม ถือว่าคุ้มค่าหรือไม่ - ลงทุนวิจัยเรื่องป้องกันน้ำท่วม แต่เมือน้ำท่วมแล้วป้องกันไม่ได้ ถือว่าคุ้มค่าหรือไม่ - แปลกดีนะ สัดส่วนความสำเร็จของการทำวิจัยจนมีผลตอบแทนที่คุ้มค่าจะตอบแทน ประมาณ 60 เท่าของเงินลงทุน แต่จะมีเพียง 1 ใน 100 เท่านั้นที่สำเร็จ (สังเกตว่า เหมือนโอกาสถูก และผลตอบแทนของเลขท้ายสองตัวเลย) - สิ่งที่น่าสนใจคือ ถ้าหากว่าคนไทยมองการลงทุนทำวิจัยเหมือนการแทงหวย ก็จะแสดงความเป็นนักเศรษฐศาสตร์ตัวยงของนักวิจัย ซึ่งการแทงหวยก็ควรสัดส่วนการลงทุนตาม GDP สำหรับประเทศไทย นั่นก็คือ 2% - ดังนั้น คนแทงหวยเงินเดือน 15000 แทนที่จะทำวิจัย 300 บาทควรแทงหวย 300 บาท แทน เพราะไม่ต้องออกแรงด้วย แต่ได้ผลตอบแทนสัดส่วนเดียวกับประเทศลงทุนด้านการวิจัยเลยอ่ะ สรุปเอาเองนะ ว่าคนจะมาทำวิจัยมากขึ้น เมื่อลงทุนการทำวิจัยมากขึ้นโดยสัดส่วนจะต้องเหนือกว่าผลตอบแทนจากหวยใต้ดิน 555 #ความคุ้มค่า #วิจัย #วิชาการ #เรื่องจริง #เรื่องตลก (ค่าคงที่ต่างๆ เสกมา ไม่เคยเล่นหวยใต้ดิน ฟังๆเขามา 555)
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง