Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

ข้อสอบคัดเลือกค่าย 1 สอวน.คอมพ์ ควรวัดใคร และวัดอะไรให้ตรงเป้าจริง

ข้อเขียนนี้อธิบายทั้งเนื้อหาที่อยู่ในขอบเขตก่อนค่าย 1 สอวน.คอมพิวเตอร์ โครงสร้างข้อสอบที่ควรสะท้อนเป้าหมายการคัดเลือก และการใช้ข้อมูลเพื่อออกแบบโอกาสให้เด็กในพื้นที่ต่าง ๆ เข้าถึงเส้นทางนี้ได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น
หมวด: การพัฒนาคนและ talent
วันที่โพสต์: 22 March 2026
ที่มา: Facebook post archive
talent-development computer-olympiad assessment-design data-driven-policy ku
Rewritten Post
ถ้าเป้าคือคัดเด็กที่พร้อมไปต่อในค่าย ข้อสอบก็ควรวัดการคิดเชิงคอมพิวเตอร์ในรูปที่คำนวณได้
ภาพประกอบบทความเรื่องแนวทางข้อสอบคัดเลือกเข้าค่าย 1 สอวน.คอมพิวเตอร์
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้อธิบายความเข้าใจที่มักคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับข้อสอบคัดเลือกเข้าค่าย 1 สอวน.คอมพิวเตอร์ โดยเริ่มจากการย้ำว่าขอบเขตเนื้อหาถูกประกาศไว้อย่างชัดเจนบนเว็บไซต์อยู่แล้ว และถ้ามองเฉพาะช่วงก่อนค่าย 1 จริง ๆ สิ่งที่ต้องรู้ยังอยู่ในระดับพื้นฐานของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม คณิตศาสตร์พื้นฐาน และโครงสร้างข้อมูลเพียงเล็กน้อย

แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าการท่องเนื้อหาคือคำถามว่า เรากำลังคัดใครกันแน่ ถ้าเป้าคือเด็กที่เขียนโปรแกรมเป็น พร้อมไปเรียนต่อในค่าย และมีตรรกะทางคณิตศาสตร์พอใช้คิดได้ในรูปที่ computable ข้อสอบก็ควรสะท้อนเป้าหมายนั้นให้ตรง

บทความชี้ตรง ๆ ว่าโครงสร้างข้อสอบเดิมที่แบ่งคอมพ์ครึ่งหนึ่ง คณิตครึ่งหนึ่ง แม้จะชัดเจน แต่ในข้อสอบจริง 2-3 ปีย้อนหลัง คณิตยังหนักกว่า จนชวนให้ตั้งคำถามว่าระบบกำลังคัดเด็กสายไหนอยู่กันแน่ เพราะโจทย์คอมพ์ระดับก่อนค่าย 1 เองก็ยังวัด talent ได้ไม่สุด แต่ถ้าขยับไปคณิตยากมากก็จะกลายเป็นการคัดอีกสายหนึ่งไปเลย

Hybrid คือการเพิ่มโจทย์คอมพ์ และฝังคณิตไว้ใน computation

ข้อเสนอหลักของบทความคือแนวทาง Hybrid ที่ให้โจทย์คอมพ์มีสัดส่วนมากขึ้น แล้วแทรกคณิตเข้าไปในตัวโจทย์ แทนการเอาโจทย์คณิตมาแยกแก้หรือพิสูจน์ต่างหาก วิธีนี้ทำให้ยังคงตรรกะทางคณิตศาสตร์ไว้ แต่ย้ายจุดเน้นไปที่การคิดเป็นขั้นตอนและการออกแบบอัลกอริทึมในระดับที่เด็กควรพร้อมสำหรับค่าย

ในเชิงความยาก บทความอธิบายว่าโจทย์ที่ตั้งใจไว้ไม่ได้เกินระดับ A1-A2 ของ TOI-Zero ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่ syntax หรือเทคนิคสูง ๆ แต่อยู่ที่ logic ภายในโจทย์ และความสามารถในการแปลงปัญหาให้เป็น computation

ถ้าทำคอมพ์กันทั้งที ก็ควรบริหารด้วยข้อมูลด้วย

อีกประเด็นสำคัญคือการใช้ข้อมูลมาดูการเข้าถึงโอกาสของเด็กแต่ละพื้นที่ บทความยกกรณีพื้นที่ที่อยู่ห่างมหาวิทยาลัยใหญ่และศูนย์ค่าย 2 หลายร้อยกิโลเมตร จนนำไปสู่การคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการตั้งศูนย์ใหม่เพิ่มในปี 2570

มุมนี้ทำให้บทความไม่ได้พูดแค่เรื่องข้อสอบ แต่พูดถึงการออกแบบระบบ talent development ทั้งระบบ ตั้งแต่คลาสออนไลน์ ระบบตรวจการบ้านอัตโนมัติ ไปจนถึงแรงผลักจากโรงเรียนและครูในพื้นที่ เพื่อให้โอกาสไม่หยุดอยู่แค่ในพื้นที่ที่พร้อมอยู่แล้ว

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
โพสต์ของ พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า อยู่ที่ Department of Computer Engineering - Kasetsart University 22 มีนาคม เวลา 00:13 น. · กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย · แชร์กับ สาธารณะ วันนี้มีประชุมเรื่องการจัดสอบเพื่อคัดเลือกนักเรียนเข้าค่าย 1 สอวน. ทุกสาขา แน่นอนว่าสาขาคอมพิวเตอร์ก็อยู่ในวงนั้นด้วย (ลืมถ่ายรูป นึกออกตอนสไลด์สุดท้าย) เลยอยากขอมาเล่าให้ฟังสักนิด โดยเฉพาะเรื่อง “ข้อสอบปีนี้” เพราะเป็นจุดที่หลายคนสนใจ และก็มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันพอสมควร ก่อนอื่น ต้องบอกว่า “เนื้อหา” ที่ใช้ในการสอบ เรามีประกาศชัดอยู่แล้วบนเว็บไซต์ของ สอวน. ซึ่งถ้าดึงเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับ “ก่อนค่าย 1” จริง ๆ จะได้ภาพประมาณนี้ 📌 เนื้อหาก่อนค่าย 1 (ดูจากช่อง ✔ ใต้คอลัมน์ก่อนค่าย 1) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ระดับพื้นฐาน) 🔹 โปรแกรมคอมพิวเตอร์คืออะไร 🔹 ภาษาคอมพิวเตอร์ประเภทต่าง ๆ ภาษาคอมพิวเตอร์ (พื้นฐานการเขียนโปรแกรม) 🔹 โครงสร้างภาษาโปรแกรม 🔹 ตัวแปร / ชนิดข้อมูล / ค่าคงที่ 🔹 ตัวปฏิบัติการ / นิพจน์ 🔹 คำสั่งพื้นฐาน 🔹 control flow (if, while, for) 🔹 การออกแบบโปรแกรม (flowchart, pseudocode) 👉 จุดสำคัญคือ ยังไม่ไปถึง recursion หรือ function เชิงลึก แต่ “โครงสร้างของโปรแกรม” ต้องเขียนเป็น การแก้ปัญหาด้วยโปรแกรม 🔹 ทดลองแก้โจทย์ง่าย ๆ 🔹 ฝึกคิดและเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหา 👉 ยังไม่ได้ลงลึกเรื่อง complexity จริงจัง (อันนั้นไปอยู่ค่าย 1 ขึ้นไป) คณิตศาสตร์พื้นฐาน (อันนี้สำคัญมาก) มีแทบครบ: 🔹 ตรรกศาสตร์ 🔹 เซต 🔹 ฟังก์ชัน / ความสัมพันธ์ 🔹 การนับ / permutation / combination 🔹 ทฤษฎีจำนวนเบื้องต้น 🔹 เรขาคณิตเบื้องต้น 🔹 ลำดับ 🔹 สมการ / อสมการ 👉 แปลตรง ๆ คือ ก่อนค่าย 1 คณิตยัง “มีน้ำหนัก” อยู่ แต่เป็นคณิตแบบ “ใช้คิดแก้ปัญหา” ไม่ใช่พิสูจน์ลึก โครงสร้างข้อมูล (เล็กน้อย) 🔹 array 🔹 string / list (โดยเฉพาะใน Python) 👉 แค่นี้จริง ๆ stack / queue ยังไม่มา --- ทีนี้ มาถึง “ของจริง” คือโครงสร้างข้อสอบ ที่ผ่านมา เราแยกกันชัดเจนเลย คอมพ์ครึ่งหนึ่ง คณิตครึ่งหนึ่ง แต่ถ้ามองจากข้อสอบ 2–3 ปีย้อนหลัง ต้องพูดตรง ๆ ว่า “คณิตยังหนักกว่า” ซึ่งมันนำไปสู่คำถามสำคัญว่า เรากำลังคัด “ใคร” กันแน่ เป้าของเราคือ 🔹 คนที่ “เขียนโปรแกรมเป็น” 🔹 พร้อมไปเรียนต่อในค่าย 🔹 มีตรรกะทางคณิตศาสตร์ “พอใช้คิดได้” แต่ต้องอยู่ในรูปที่ computable ปัญหาคือ โจทย์คอมพ์ระดับนี้ มันวัด talent ได้ไม่สุด แต่ถ้าไปทำโจทย์คณิตยาก ๆ ก็จะกลายเป็นอีกสายหนึ่งไปเลย สุดท้ายเลยกลายเป็นว่า “คิดเยอะ” คอมพ์ก็เอา คณิตก็เอา --- ผมเลยเสนอแนวทางหนึ่งในที่ประชุม คือ 👉 **Hybrid** พูดง่าย ๆ คือ 🔹 โจทย์คอมพ์จะมีสัดส่วนมากขึ้น (ส่วนตัวผมอยากให้ถึงประมาณ 70%) 🔹 และแทรกคณิตเข้าไปในโจทย์ ไม่ใช่เอาโจทย์คณิตมาให้แก้หรือพิสูจน์แยกออกจาก computation --- ถามว่ายากไหม เพราะโดยหลักการดูเหมือนจะยากขึ้น แต่ในเชิงคอมพิวเตอร์ 👉 ไม่ได้ยาก ระดับที่ตั้งใจไว้ คือประมาณ A1 – A2 ของ TOI-Zero 🔹 A1 = ใช้ if-else หรือ loop ง่าย ๆ 🔹 A2 = เป็น combination ของ control + loop ความยากจะไปอยู่ที่ 👉 logic ภายในโจทย์ ซึ่งจะเป็นคณิตหรืออะไร ก็แล้วแต่คนออกข้อสอบ (ผมไม่ได้เป็นกรรมการออกข้อสอบนะ) --- ส่วนของคณิต ก็ยังอิงตามเนื้อหาที่ประกาศเหมือนเดิม แต่จุดสำคัญคือ 👉 เรา “ไม่สนทุกเรื่องของคณิต” เราสนเฉพาะส่วนที่ 🔹 เกี่ยวกับการออกแบบอัลกอริทึม 🔹 และอยู่ในระดับที่เอามา “คิดเป็นขั้นตอน” ได้ --- ดังนั้นโดยหลักการ ใครที่ผ่าน TOI-Zero มาแล้ว 👉 ส่วน programming ควรทำได้ ส่วนอื่น ๆ ก็เป็นเรื่องของการเตรียมตัวเพิ่มเติม --- อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝาก การจะสมัคร สอวน.คอมพ์ ได้ 👉 ต้องผ่าน TOI-Zero ซึ่งตอนนี้เรามีข้อมูลแล้วว่า แต่ละพื้นที่มีคนสมัครมากน้อยแค่ไหน ปีที่แล้วมีบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางตอนบน อยู่ห่างมหาวิทยาลัยใหญ่ และห่างศูนย์ค่าย 2 หลายร้อยกิโล เราก็เลยไปคุยกับ สพฐ. แล้วตั้งศูนย์ใหม่เพิ่ม เช่น 🔹 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี 🔹 โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย 🔹 โรงเรียนชัยนาทพิทยาคม จะเริ่มในปี 2570 --- พูดกันตรง ๆ ทำคอมพ์กันทั้งที เราก็ควร “บริหารด้วยข้อมูล” ด้วยเหมือนกัน ข้อมูลที่เห็นตอนนี้ชัดว่า บางพื้นที่เด็กยังเข้าไม่ถึงโอกาส และบางพื้นที่ “มีศักยภาพ แต่ยังไม่ถูกกระตุ้น” ตรงนี้คงต้องฝากครูและโรงเรียนในพื้นที่ช่วยกันดูครับ 🔹 ช่วยกันชี้ทาง 🔹 ช่วยกันผลัก 🔹 ช่วยกันบอกเด็กว่ามีโอกาสแบบนี้อยู่ เพราะระบบเราพร้อมแล้ว ทั้งแพลตฟอร์ม ทั้งโจทย์ ทั้งการสนับสนุน 👉 ถ้าพื้นที่ไหนยังนิ่งอยู่ สุดท้ายข้อมูลมันก็จะสะท้อนออกมาเองว่า โอกาสไปไม่ถึงเด็ก ก็ต้องให้ฝ่ายนโยบาย คือ สอวน. สสวท. และ สพฐ ไปคิดกันว่าจะทำยังไงกันต่อไป --- สุดท้ายนี้ อยากฝากทุกพื้นที่ช่วยกันกระตุ้นโรงเรียนให้สมัคร TOI-Zero ตอนนี้เรามี 🔹 คลาสออนไลน์ 🔹 ระบบตรวจการบ้านอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้เป็นภาระครูมากเกินไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดยังเป็น 👉 “แรงผลักจากโรงเรียน” ช่วยกันดันเด็กขึ้นมา แล้วค่อยมาว่ากันต่อในสนามจริงครับ
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง