Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

องค์กรจะอยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนเร็วได้ ต้องมีเป้าหมายชัดและกล้าเล่นเกมแบบ dynamic

ข้อเขียนนี้สะท้อนบทเรียนจากการบริหารภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ในช่วงที่โลกเผชิญทั้งโควิดและ AI โดยชี้ว่าความเสี่ยงขององค์กรเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การอยู่รอดจะขึ้นกับความชัดของเป้าหมาย คุณภาพของผลลัพธ์ และความสามารถในการปรับตัวให้ทันเกมที่เปลี่ยนเร็ว
หมวด: ธรรมาภิบาลและการบริหารมหาวิทยาลัย
วันที่โพสต์: 12 March 2026
ที่มา: Facebook post archive
leadership organizational-strategy ai digital-transformation computer-engineering
Rewritten Post
ช่วงโควิดและ AI ทำให้เห็นชัดว่าองค์กรเติบโตไม่ได้ถ้าไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
ภาพประกอบบทความเรื่องการบริหารภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ในยุคโควิดและ AI
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้มองย้อนกลับไปยังช่วงใกล้หมดวาระหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ในจังหวะที่โลกเจอทั้งโควิดและการมาถึงของ AI ในระดับที่เริ่มแทรกอยู่แทบทุกเรื่องของการทำงานและการเรียนรู้ จนทำให้เกิดคำถามจริงจังว่าสาขาที่เคยถูกมองว่าเป็นสาขาฮ็อตที่สุดแห่งยุค อาจเปลี่ยนสภาพไปอย่างมากภายในช่วงชีวิตของคนรุ่นเดียวกันได้หรือไม่

ผู้เขียนมองว่าความเสี่ยงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับองค์กรที่อยู่ในสาขาเทคโนโลยี เพราะงานที่มี dynamic สูง ย่อมมีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว ตัวอย่างอย่าง Nokia, Kodak, Toyota หรือ Fujifilm จึงถูกหยิบมาเพื่อชี้ให้เห็นว่าโลกปัจจุบันไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะสายคอมพิวเตอร์ แต่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกำลังกระทบแทบทุกอุตสาหกรรม

ในระดับภาควิชา บทความชี้ถึงแรงกดดันหลายด้านที่เกิดพร้อมกัน ทั้งจำนวนเด็กเกิดที่ลดลง ความต้องการคนวุฒิสูงที่เปลี่ยนไป แรงกดดันจากงานวิจัยและ ranking การหาอาจารย์ใหม่ที่ยากขึ้น และการเติบโตของหลักสูตรนานาชาติ สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นชัดขึ้นว่าองค์กรจะเติบโตไม่ได้ถ้าไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน

ปริมาณงานไม่ใช่ความก้าวหน้า ถ้าผลลัพธ์ไม่ตอบโจทย์เป้าหมายขององค์กร

บทความย้ำว่าการมีโครงการมาก การทำงานหนัก หรือการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ไม่ได้แปลว่าองค์กรกำลังก้าวหน้า สิ่งที่สำคัญกว่าคือผลผลิตของงาน โดยเฉพาะเมื่อองค์กรสามารถทำงานเชิงปริมาณได้อยู่แล้ว ความยอดเยี่ยมจริงจึงอยู่ที่คุณภาพของผลลัพธ์มากกว่าจำนวนกิจกรรม

ถ้าทำงานมากแต่ผลลัพธ์ไม่ตอบโจทย์เป้าหมาย งานทั้งหมดก็อาจเป็นเพียงการใช้พลังของระบบไปกับ แผนที่ไม่ฉลาด องค์กรที่ดีจึงต้องมีเป้าหมายที่ชัด การจัดการที่ดี และระบบที่ทำให้คนทำงานเก่ง ๆ สร้างผลลัพธ์ได้จริง

เมื่อโลก dynamic องค์กรก็ต้องเล่นเกมที่ dynamic เช่นกัน

แม้การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมจะสำคัญ แต่บทความนี้สรุปว่าท้ายที่สุดองค์กรต้องรู้ก่อนว่ากำลังจะไปไหน และต้องเลือกทำเฉพาะสิ่งที่พาไปถึงจุดนั้น เพราะการฝ่าช่วงเวลาของ AI และ digital transformation ไปได้ ต้องอาศัยการมุ่งไปข้างหน้าอย่างมีสติและชาญฉลาด

ข้อสรุปสุดท้ายจึงคมชัดมาก: สิ่งที่อันตรายที่สุดอาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง แต่คือการหยุดวิวัฒนาการ แล้วปล่อยให้ตัวเองถูกกรองออกไปเพราะความนิ่งและการเพิกเฉยต่อความจำเป็นในการปรับตัว

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า รู้สึกมีความสุขที่ Department of Computer Engineering - Kasetsart University 12 มีนาคม · กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย · แชร์กับ สาธารณะ ผมใกล้จะหมดวาระหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์แล้ว โดยจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ การเป็นหัวหน้าภาคในช่วงเวลานี้เป็นประสบการณ์ที่แปลกพอสมควร เพราะเป็นช่วงที่โลกเจอทั้งการระบาดของโควิด และการมาถึงของเอไอในระดับที่เริ่มแทรกเข้าไปในแทบทุกเรื่องของการทำงานและการเรียนรู้ หลายอย่างกำลังเปลี่ยนเร็วมาก เร็วขนาดที่บางครั้งเรายังอดคิดไม่ได้ว่า ภาควิชาที่เคยถูกมองว่าเป็นสาขาที่ฮ็อตที่สุดแห่งยุค อาจเผชิญความท้าทายจนเปลี่ยนสภาพไปอย่างมากภายในช่วงชีวิตของคนรุ่นเดียวกันก็ได้ แต่ความจริงแล้วเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้ใหม่อะไร งานที่มีความ dynamic สูงมักจะมีความเสี่ยงแบบนี้อยู่เสมอ ทุกคนคงเคยเห็นตัวอย่างอย่าง Nokia หรือ Kodak ที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่แต่ก็เปลี่ยนไปตามกระแสของเทคโนโลยี ที่น่าสนใจคือ Kodak ไม่ได้เป็นบริษัทคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ ซึ่งก็สะท้อนว่าโลกปัจจุบันไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะสาขาคอมพิวเตอร์ แต่การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกำลังกระทบแทบทุกอุตสาหกรรม ช่วงที่ทำหน้าที่บริหารภาควิชา ปัญหาหนึ่งที่เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือบริบทของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป เด็กเกิดน้อยลง องค์กรต้องการคนวุฒิสูงน้อยลง แรงกดดันเรื่องงานวิจัยและ ranking เพิ่มขึ้น การหาอาจารย์ใหม่ทำได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันสาขานานาชาติก็เติบโตอย่างรวดเร็ว และยังมีแรงกดดันจากองค์กรรอบข้างอีกหลายด้าน สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมคิดเรื่องหนึ่งบ่อยขึ้นว่า องค์กรจะเติบโตไม่ได้ถ้าไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน การมีโครงการจำนวนมากหรือการทำงานจำนวนมากไม่ได้แปลว่าองค์กรกำลังก้าวหน้า สิ่งที่สำคัญกว่าปริมาณงานคือผลผลิตของงาน โดยเฉพาะเมื่อเราสามารถทำงานในเชิงปริมาณได้แล้ว ความยอดเยี่ยมขององค์กรจะอยู่ที่คุณภาพของผลลัพธ์มากกว่าจำนวนกิจกรรมที่เกิดขึ้น การทำงานมาก เหนื่อย และใช้ทรัพยากรมาก แต่ผลลัพธ์ไม่ตอบโจทย์เป้าหมายขององค์กร ก็อาจกลายเป็นเพียงการใช้พลังของระบบไปกับแผนที่ที่ไม่ฉลาด องค์กรที่ดีจึงต้องมีทั้งเป้าหมายที่ชัด การจัดการที่ดี และระบบที่สนับสนุนให้คนที่ทำงานได้ดีสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง การรับฟังความคิดเห็นและการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในท้ายที่สุดองค์กรจะเดินไปข้างหน้าได้ก็ต่อเมื่อเรารู้ว่าเรากำลังจะไปไหน และเลือกทำเฉพาะสิ่งที่พาเราไปถึงจุดนั้น เพราะในที่สุดแล้วผลผลิตสำคัญกว่าปริมาณงาน และคุณค่าของงานอยู่ที่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อเป้าหมายขององค์กร ดังนั้นการจะฝ่าช่วงเวลาของ AI และ digital transformation ไปได้ จำเป็นต้องมุ่งไปข้างหน้าอย่างมีสติและชาญฉลาด ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เป็นสาขาทางเทคโนโลยี ซึ่งแน่นอนว่าความเสี่ยงของสาขาเทคโนโลยีนั้นสูงมาก แต่ผมยังเชื่อว่าถ้าเรามีแนวคิดที่ดี เราก็ยังมีโอกาสอยู่รอดได้ เมื่อโลกมีความ dynamic เราก็ต้องเล่นเกมที่ dynamic เช่นกัน สุดท้ายแล้วเราจะเป็นแบบไหนก็ต้องดูกันต่อไป ว่าเราจะเป็นเหมือนโตโยต้า ที่ยังสามารถยืนอยู่ท่ามกลางกระแสการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ หรือจะเป็นแบบฟูจิฟิล์ม ที่สามารถผ่านการล่มสลายของธุรกิจฟิล์มถ่ายภาพมาได้และสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมาแทน ยุคนี้อะไรก็เป็นไปได้ครับ สิ่งเดียวที่อันตรายที่สุดอาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง แต่คือการหยุดวิวัฒนาการ แล้วปล่อยให้ตัวเองถูกกรองออกไปเพราะความนิ่งและการเพิกเฉยต่อความจำเป็นในการปรับตัว
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง