การชวนคนมาฟังวิสัยทัศน์ไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์ แต่คือการเปิดพื้นที่ให้มหาวิทยาลัยคิดอนาคตร่วมกัน
โพสต์นี้ดูเหมือนเป็นเพียงคำเชิญเข้าร่วมงาน แต่จริง ๆ แล้วมันสะท้อนวิธีคิดที่สำคัญมากของการพัฒนามหาวิทยาลัย นั่นคือเรื่องใหญ่ระดับสถาบันจะขยับไม่ได้ ถ้าไม่เริ่มจากการทำให้คนในมหาวิทยาลัยเห็นว่าโจทย์เหล่านี้เป็นเรื่องร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องของผู้สมัคร ผู้บริหาร หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น
เมื่อประเด็นบนเวทีถูกระบุชัดว่าเกี่ยวกับคุณภาพการศึกษา อนาคตของมหาวิทยาลัย และการสนับสนุนคณาจารย์และนิสิต แก่นของโพสต์จึงไม่ได้อยู่ที่การชวนมาฟังเฉย ๆ แต่คือการชวนให้มาร่วมคิด ร่วมวิจารณ์ และร่วมมองอนาคตว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ควรเดินไปทางใดต่อจากนี้
วิสัยทัศน์มีความหมายก็ต่อเมื่อถูกเปิดให้สาธารณะของมหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วม
การประกาศวัน เวลา สถานที่ และช่องทางถ่ายทอดสดอย่างชัดเจน ทำให้โพสต์นี้เป็นมากกว่าประชาสัมพันธ์งาน เพราะมันลดกำแพงการเข้าถึงและทำให้การพูดเรื่องอนาคตของมหาวิทยาลัยอยู่ในพื้นที่ที่ตรวจสอบได้ และรับฟังได้จริง ทั้งจากผู้ที่เข้าห้องประชุมและผู้ที่ติดตามผ่านระบบออนไลน์
ในความหมายนี้ เวทีวิสัยทัศน์จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงพิธีการ แต่เป็นกลไกหนึ่งของpublic conversation ภายในมหาวิทยาลัย ว่าเราจะยกระดับสถาบันด้วยหลักคิดแบบไหน และจะวางความสำคัญของคนทำงานกับผู้เรียนไว้ตรงไหน
ถ้าจะพูดถึงอนาคตของมหาวิทยาลัย แกนหลักต้องวนกลับมาที่คุณภาพการศึกษาและคนในระบบเสมอ
สาระที่ผู้เขียนระบุว่าจะพูดถึงมีอยู่สามแกนที่เชื่อมกันโดยตรง คือคุณภาพการศึกษา การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่อนาคต และการสนับสนุนคณาจารย์กับนิสิตให้ก้าวหน้าต่อไป สามเรื่องนี้แยกออกจากกันไม่ได้ เพราะอนาคตของมหาวิทยาลัยจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้เลย หากระบบการเรียนรู้ไม่ดีพอ คนสอนไม่ได้รับการหนุนเสริม และผู้เรียนไม่ถูกพาไปสู่โอกาสใหม่
มุมนี้ทำให้โพสต์สั้น ๆ ชิ้นนี้มีน้ำหนักมากกว่าการชวนเข้าฟังงานทั่วไป เพราะมันสรุปแกนคิดเชิงนโยบายว่า การเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่เปลี่ยนอาคาร โครงการ หรือภาพลักษณ์ แต่ต้องเปลี่ยนจากสิ่งที่กระทบคุณภาพทางวิชาการและชีวิตของผู้คนในสถาบันโดยตรง
การชวนให้มาร่วมฟังและร่วมแชร์ความคิดเห็น คือสัญญาณของมหาวิทยาลัยที่ไม่อยากเดินอนาคตแบบสั่งการฝ่ายเดียว
ประโยคเชิญชวนให้คณาจารย์มาร่วมฟัง ร่วมแชร์ความคิดเห็น และร่วมสร้างอนาคตที่ฝันไว้ด้วยกัน บอกชัดว่าอนาคตของมหาวิทยาลัยไม่ควรถูกกำหนดจากบนลงล่างเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความไว้วางใจและการรับฟังจากผู้ที่อยู่กับงานจริงทุกวัน
ดังนั้น เมื่ออ่านโพสต์นี้ในฐานะ archive ของแนวคิด จึงควรมองเห็นว่ามันเป็นทั้งคำเชิญและคำประกาศหลักการไปพร้อมกัน หลักการนั้นคือ มหาวิทยาลัยที่ดีต้องกล้าพูดเรื่องอนาคตในที่สาธารณะ และต้องกล้าให้คนในมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยกันนิยามอนาคตนั้นด้วย