Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

การลงทุนที่ไร้ accountability อาจไม่ได้แค่ไม่คุ้มค่า แต่มันคือความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย

ข้อเขียนนี้ตั้งคำถามเชิงนโยบายต่อการลงทุนของมหาวิทยาลัยผ่านกรณีวิทยาเขตที่มีขนาดเล็กมากแต่ต้องแบกรับโครงสร้างพื้นฐานเต็มรูปแบบ ผู้เขียนชี้ว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่การถามแบบง่าย ๆ ว่าควรยุบหรือไม่ แต่คือการถามให้ชัดว่า มหาวิทยาลัยใช้เกณฑ์ใดวัดความคุ้มค่าของการลงทุน และมี accountability ต่อผลลัพธ์มากพอหรือยัง
หมวด: ธรรมาภิบาลและการบริหารมหาวิทยาลัย
วันที่โพสต์: 28 October 2025
ที่มา: Facebook post archive
accountability governance strategy investment higher-education
Rewritten Post
คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าจะยุบหรือไม่ยุบ แต่คือมหาวิทยาลัยวัดความคุ้มค่าของการลงทุนจากอะไร และใครรับผิดชอบต่อผลลัพธ์นั้น
ภาพประกอบบทความเรื่อง accountability และความคุ้มค่าการลงทุนของมหาวิทยาลัย
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้เริ่มจากคำถามที่ฟังดูตรงไปตรงมามากว่า “ลงทุนแล้ว…คุ้มค่าหรือแค่สบายใจ?” ผ่านกรณีของวิทยาเขตแห่งหนึ่งที่มีเพียงคณะเดียว อาจารย์ 16 คน และนักศึกษา 129 คน แต่กลับต้องแบกรับโครงสร้างพื้นฐานระดับวิทยาเขตเต็มรูปแบบทั้งหมด

ผู้เขียนชี้ว่าคำถามที่สำคัญไม่ใช่การตัดสินแบบหยาบ ๆ ว่าจะยุบหรือไม่ยุบ แต่คือการถามให้ถึงแกนว่า มหาวิทยาลัยวัดผลการลงทุนจากอะไร และมี accountability ต่อผลลัพธ์มากพอหรือยังในยุคที่สถาบันต้องแข่งขันเพื่อความยั่งยืน

จุดเด่นของโพสต์นี้คือการยกปัญหาที่คนมักหลบเลี่ยง เพราะเกรงว่าจะถูกตีความว่าเป็นการโจมตีหน่วยงานหรือทรัพย์สินของรัฐ แต่ผู้เขียนพยายามดึงบทสนทนากลับมาที่คำถามเชิงนโยบายว่า หากมหาวิทยาลัยยังลงทุนต่อเนื่องในสิ่งหนึ่ง เราควรมีหลักเกณฑ์อะไรในการตัดสินว่ามันยังสมเหตุสมผลหรือไม่

โจทย์ไม่ใช่เรื่องการยุบ แต่คือเกณฑ์การวัดความคุ้มค่าที่มหาวิทยาลัยใช้จริง

ผู้เขียนพยายามตัดวงจรของคำถามแบบขาวดำอย่าง “จะยุบไหม” แล้วแทนที่ด้วยคำถามที่สำคัญกว่า คือมหาวิทยาลัยใช้เกณฑ์อะไรในการวัดความคุ้มค่าของการลงทุน เพราะถ้าไม่มีกรอบคิดนี้ ทุกอย่างก็อาจถูกอธิบายได้ด้วยเหตุผลเชิงอารมณ์หรือความเคยชินมากกว่ายุทธศาสตร์

นี่ทำให้บทความนี้ไม่ใช่เพียงการตั้งข้อสงสัยต่อหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการเรียกร้อง investment governance ที่ชัดเจนทั้งระบบ

Accountability ต้องหมายถึงความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ความสบายใจทางระบบราชการ

ใจความสำคัญที่สุดของโพสต์นี้คือการนิยาม accountability ใหม่ให้ชัด ว่าไม่ใช่เพียงการทำต่อเพราะเคยเริ่มไว้ หรือทำต่อเพราะกลัวถูกกล่าวหาว่าทิ้งทรัพย์สินของรัฐ แต่ต้องหมายถึงการรับผิดชอบต่อ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง จากการใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัย

มุมนี้ทำให้ผู้เขียนขยับบทสนทนาจากการปกป้องสิ่งที่มีอยู่ ไปสู่การถามว่าสิ่งที่มีอยู่นั้นสร้างคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์เพียงพอหรือยัง

การให้กำลังใจคนทำงานเป็นสิ่งดี แต่ไม่อาจแทนระบบติดตามผลที่มีหลักเกณฑ์ได้

บทความนี้ไม่ได้ปฏิเสธการให้กำลังใจหรือการเห็นคุณค่าคนทำงาน แต่เตือนว่าหากระบบขาดการติดตามผลอย่างมีหลักเกณฑ์ ความเสี่ยงจะไม่ได้อยู่แค่ที่โครงการหนึ่งจะไม่สำเร็จ แต่อยู่ที่ทั้งองค์กรเริ่มเคยชินกับการใช้ทรัพยากรโดยไม่มีมาตรวัดที่จริงจัง

ตรงนี้จึงเป็นคำเตือนว่า ระบบที่ไม่กล้าถามเรื่องผลลัพธ์ อาจกำลังสร้างวัฒนธรรมที่ ความตั้งใจดีแทนที่การประเมินจริง

สิ่งที่ควรกลัวไม่ใช่คำถาม แต่คือวันที่ไม่มีใครกล้าถามแล้ว

ประโยคปิดของโพสต์นี้ทรงพลังมาก เพราะผู้เขียนบอกว่ามหาวิทยาลัยไม่ควรกลัวคำถาม แต่ควรกลัววันที่ไม่มีใครกล้าถามเลยต่างหาก นี่คือการย้ำว่าคำถามเชิงนโยบายไม่ใช่ศัตรูของสถาบัน แต่เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการอยู่รอดอย่างมีสติ

ดังนั้น บทความนี้จึงทำหน้าที่เป็นทั้งการวิพากษ์การลงทุนที่ขาด accountability และการปกป้องพื้นที่ของ คำถามที่จำเป็น ในองค์กรวิชาการที่ยังอยากรักษาความเป็นมหาวิทยาลัยไว้อย่างจริงจัง

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 28 ตุลาคม 2025 · 🟩 **“ลงทุนแล้ว…คุ้มค่าหรือแค่สบายใจ?”** #Accountability #มหาวิทยาลัยไทย -- เมื่อวานนี้ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย มีการนำเสนอรายงานของ “วิทยาเขตแห่งหนึ่ง” ซึ่งมีเพียง **คณะเดียว อาจารย์ 16 คน นักศึกษา 129 คน** ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ และกำแพงแสนแค่ชั่วโมงเดียว แต่กลับต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานระดับ “วิทยาเขตเต็มรูปแบบ” ไม่มีรถสาธารณะ ไม่มีระบบสนับสนุนการเข้าถึง แต่ต้องแบกรับค่าบำรุงรักษา งบประมาณ และบุคลากรทั้งหมด -- คำถามไม่ใช่ “จะยุบไหม” แต่คือ “เราวัดผลการลงทุนจากอะไร?” -- ในยุคที่มหาวิทยาลัยต้องแข่งขันเพื่อความยั่งยืน สิ่งที่ควรมีมากที่สุดคือ **Accountability — ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์** ไม่ใช่เพียง *“ทำไปเพราะเคยเริ่มไว้”* หรือ *“กลัวจะถูกกล่าวหาว่าทิ้งทรัพย์สินของรัฐ”* -- ทำสำเร็จก็ต้องยกย่อง แต่ถ้าทำพัง — ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ -- การให้กำลังใจคนทำงานเป็นสิ่งดี แต่การปล่อยให้ระบบขาดการติดตามผลอย่างมีหลักเกณฑ์ คือความเสี่ยงที่มหาวิทยาลัยไม่ควรมองข้าม > “เราไม่ได้กลัวว่าจะโดนกล่าวหาว่าปล่อยที่ดินว่าง > แต่ควรกลัวกว่านั้น — ถ้ามหาวิทยาลัยลงทุนโดยไม่มีความคุ้มค่าเชิงยุทธศาสตร์” -- มหาวิทยาลัยไม่ควรกลัวคำถาม แต่ควรกลัววันที่ *ไม่มีใครกล้าถามเลย* ต่างหาก
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง