Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

ตู้ล็อกเกอร์ส่งการบ้านกำลังหายไป แต่คำถามใหม่คือเราจะวัดความสามารถมนุษย์อย่างไรในยุค AI

ข้อเขียนนี้ใช้ตู้ล็อกเกอร์ส่งการบ้านเก่าในภาควิชาเป็นภาพแทนของการเปลี่ยนผ่านจากโลกอนาล็อกสู่ดิจิทัล พร้อมชี้ว่าการมาของ AI กำลังบีบให้มหาวิทยาลัยต้องคิดใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องมือ แต่รวมถึงวิธีประเมินความสามารถของมนุษย์ด้วย
หมวด: หลักสูตรและการเรียนรู้
วันที่โพสต์: 17 March 2026
ที่มา: Facebook post archive
digital-transformation assessment-design ai computer-engineering history-of-learning
Rewritten Post
ของเก่าอย่างตู้ส่งการบ้านอาจต้องจากไป พร้อมกับการเปลี่ยนวิธีประเมินในโลกดิจิทัล
ภาพประกอบบทความเรื่องตู้ล็อกเกอร์ส่งการบ้านและ digital transformation
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้เริ่มจากภาพเล็ก ๆ ในภาควิชา คือตู้ล็อกเกอร์ส่งการบ้านแบบอนาล็อกที่ตั้งอยู่หน้าห้องธุรการมานานมาก ทั้งที่ภาควิชาสอนเรื่องดิจิทัลมาตลอด ตู้นี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคหนึ่งที่การรับส่งงานยังพึ่งพากระบวนการแบบ physical ล้วน ๆ ไม่มี data logging ไม่มี version control และไม่มี authentication นอกจากลูกกุญแจ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ระบบส่งการบ้านออนไลน์เข้ามาแทน การบ้านในรูปเดิมก็ยิ่งถูกตั้งคำถามหนักขึ้นในยุคที่ AI สามารถช่วยทำงานส่งได้ง่ายขึ้น สิ่งที่ดูเหมือนเป็นแค่การรื้อ built-in เก่า ๆ จึงกลายเป็นคำถามใหญ่กว่านั้นว่า digital transformation กำลังเปลี่ยนวิถีการเรียนและการประเมินอย่างไร

บทความนี้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ของใหม่มาแล้วของเก่าก็ต้องไป ตู้ล็อกเกอร์อาจต้องจากไปไม่ต่างจาก punch card, floppy disk หรือ CD-ROM แต่มันก็ยังมีคุณค่าในฐานะประวัติศาสตร์ของการเรียนรู้ที่บอกว่าวันหนึ่งมหาวิทยาลัยเคยจัดการการเรียนการสอนอย่างไร

การหายไปของการบ้านแบบเดิม กำลังพา analog กลับมาในห้องสอบ

ประเด็นที่แรงกว่าการรื้อตู้คือข้อสังเกตว่า การบ้านแบบเดิมกำลังobsolete ลงอย่างมากในโลกที่นักเรียนจำนวนหนึ่งสามารถปล่อยให้ AI ทำงานส่งแทนได้ นี่ทำให้มหาวิทยาลัยอาจต้องกลับไปใช้วิธีวัดความสามารถที่มีลักษณะ closed book, closed AI มากขึ้น เช่น oral exam, live coding, หรือโปรเจกต์ที่ต้อง defend เพื่อพิสูจน์ว่าใช้สมองและสองมือทำเองจริง

มุมนี้น่าสนใจเพราะมันเป็นการกลับมาของ analog in education ไม่ใช่เพราะปฏิเสธเทคโนโลยี แต่เพราะต้องหาวิธีรักษาความน่าเชื่อถือของการประเมินมนุษย์ในยุคที่ดิจิทัลช่วยได้แทบทุกอย่าง

Digital transformation ไม่ได้เปลี่ยนแค่เครื่องมือ แต่เปลี่ยนสิ่งที่เราถือว่าวัดได้จริง

ดังนั้น บทความนี้จึงไม่ได้เล่าแค่เรื่องอาคารเก่ากับของใช้เก่า แต่มันชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลกำลังบังคับให้สถาบันการศึกษาต้องคิดใหม่ทั้งเรื่องเครื่องมือ วิธีการเรียน และเกณฑ์การพิสูจน์ความสามารถของผู้เรียน

ตู้ล็อกเกอร์จึงเป็นเหมือนวัตถุชิ้นเล็กที่เตือนว่า เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน สิ่งที่ต้องเปลี่ยนตามไม่ใช่แค่ระบบส่งงาน แต่คือความเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยควรออกแบบการเรียนและการประเมินอย่างไรในโลกที่ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแล้ว

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า อยู่ที่ Department of Computer Engineering - Kasetsart University 17 มีนาคม · กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย · แชร์กับ สาธารณะ ตู้ล็อกเกอร์การบ้าน กับ Digital transformation เนื่องจากว่าอาคารภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดและใหม่ที่สุดในคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่นั่นมัน 30 กว่าปีมาแล้วนะครับ ถึงเวลาที่ต้องปรับปรุงใหญ่กันบ้าง แต่จะปรับทั้งตึกก็จะไม่มีที่อยู่ระหว่างปรับปรุง ปีนี้ ภาควิชามีการปรับปรุงอาคารหลายชั้น ได้แก่ ห้องเรียนชั้น 2 (ห้องสโลป 3 ห้อง) ห้องนันทนาการ (มันต้องเรียกว่า co-working, co-learning space) ห้องธุรการชั้น 4 และห้องเรียนชั้น 5 (ทำห้องสโลปเพิ่ม) ที่ชั้นสี่หน้าห้องธุรการ มีตู้ส่งการบ้านนี้ตั้งอยู่ ไม่แน่ใจว่าเป็นไอเดียของอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านไหน แต่มันอยู่มานานมากแล้ว ตู้นี้เป็นตู้สำหรับรับส่งการบ้านแบบ analog ในยุคที่ภาควิชาสอนแต่เรื่องดิจิทัล ซึ่งมันทำหน้าที่ของมันเป็นอย่างดี ไม่มี data logging, ไม่มี version control และไม่มี authentication หรือ security นอกจากลูกกุญแจ เมื่อเวลาผ่านไป ก็ใช้งานลดลงเรื่อย ๆ เมื่อมีระบบส่งการบ้านออนไลน์ และเดี๋ยวนี้การบ้านก็เป็นอะไรที่ obsolete อย่างยิ่งในยุคที่มี AI เพราะไม่ว่าจะสั่งทำอะไร นักเรียนส่วนหนึ่งก็ไม่ฝึกฝนตัวเองเลย ให้เอไอทำส่งกัน แน่นอน ของใหม่มา และของเก่าก็ต้องไป ตู้ล็อกเกอร์อันใหญ่ยักษ์และหนักมาก ยกไปที่อื่นไม่ได้เพราะมันเป็น built-in ต้องรื้อสถานเดียว มันคงต้องจากไป เหมือน punch card, floppy disk และ CD-ROM ซึ่งส่วนตัวผมก็ยอมรับได้ (ยอมรับในการยกเลิกการบ้าน) กับ digital transformation ที่มันเปลี่ยนวิถีชีวิต หรืออย่างน้อยการดำเนินการในชีวิตบางเรื่อง ที่แน่ ๆ เรากำลังจะได้เห็นการกลับมาของ analog ในการศึกษา เพราะอีกไม่นาน ถ้าจะวัดความสามารถของมนุษย์กัน คราวนี้จะเหลือเฉพาะในห้องปิดล้วน ๆ — closed book, closed AI, oral exam, live coding, โปรเจกต์ที่ต้องมีการสอบ defend หรืออะไรที่พิสูจน์ได้ว่าใช้สมองและสองมือทำเอง ไม่ได้ให้เอไอช่วย สำหรับตู้ล็อกเกอร์นี้ คงยังมึนอยู่เลยว่าจะรื้อมันดีหรือไม่ ผมก็มองมันเป็นประวัติศาสตร์นะ ว่าวันหนึ่งเราเคยเรียนแบบไหนกัน และถ้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครบรอบ 100 ปี คนคงงงว่ามันคือตู้อะไร
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง