Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

ระบบรับฟังความคิดเห็นที่ดีต้องมีมาตรฐานเดียวกันเพื่อคุ้มครองทุกฝ่าย

ข้อเขียนนี้เสนอว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะในการประเมินผู้บริหาร ไม่ควรอาศัยความตั้งใจดีของคนทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีมาตรฐานที่ชัด ตรวจสอบได้ และคุ้มครองทุกฝ่ายในระบบเดียวกัน
หมวด: ธรรมาภิบาลและการบริหารมหาวิทยาลัย
วันที่โพสต์: 23 March 2026
ที่มา: Facebook post archive
governance process-design confidentiality leadership-evaluation ku
Rewritten Post
ปัญหาไม่ใช่คนทำงาน แต่คือช่องว่างเชิงโครงสร้างของระบบรับฟังความคิดเห็น
ภาพประกอบบทความเรื่องมาตรฐานกระบวนการรับฟังความคิดเห็นในสภามหาวิทยาลัย
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้เริ่มจากข้อเสนอในสภามหาวิทยาลัยเรื่องการกำหนดมาตรฐานของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวกับการประเมินผู้บริหาร ซึ่งผู้เขียนย้ำว่าโจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลหรือคนทำงาน แต่คือการที่ระบบปัจจุบันยังมีช่องว่างเชิงโครงสร้างและขาดมาตรฐานที่ชัดเจน

เมื่อตัวระบบยังไม่ชัด ผู้ให้ความเห็นอาจไม่มั่นใจในความลับและไม่กล้าพูดความจริง ผู้ถูกประเมินอาจไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการที่ตรวจสอบได้ ผู้ดูแลระบบก็อาจถูกตั้งข้อสงสัยโดยไม่จำเป็น และแม้แต่สภามหาวิทยาลัยเองก็อาจต้องอยู่ภายใต้ข้อกังขาเรื่องความเสี่ยงของข้อมูลรั่วไหล

บทความนี้จึงเสนอให้มองเรื่องการรับฟังความคิดเห็นเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงชุดขั้นตอนเฉพาะกิจ เพราะเมื่อไม่มีมาตรฐานเดียวกัน แม้คนทำงานจะปฏิบัติอย่างถูกต้อง ก็ยังอาจถูกตั้งคำถามได้จากความไม่ชัดของกระบวนการเอง

มาตรฐานที่ดีต้องคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล ผู้ถูกประเมิน ผู้ดูแลระบบ และสภาไปพร้อมกัน

แกนสำคัญของข้อเสนอนี้คือการทำให้กระบวนการเดียวสามารถคุ้มครองทุกฝ่ายได้พร้อมกัน ผู้ให้ข้อมูลต้องมั่นใจว่าความลับได้รับการคุ้มครอง ผู้ถูกประเมินต้องมั่นใจว่ากระบวนการเป็นธรรม ผู้ดูแลระบบต้องไม่ถูกสงสัยเกินจำเป็น และสภามหาวิทยาลัยต้องมีระบบที่ทำให้ไม่ตกอยู่ใต้ข้อกังขาเรื่องข้อมูลรั่วไหล

มุมนี้ทำให้ข้อเสนอไม่ได้เป็นแค่เรื่องเทคนิคหรือข้อกำหนดด้านเอกสาร แต่เป็นเรื่องของ governance by design ที่ต้องออกแบบให้ความน่าเชื่อถือเกิดจากมาตรฐานของระบบ ไม่ใช่จากความไว้วางใจเฉพาะตัว

การตั้งมาตรฐานไม่ใช่การเพิ่มภาระ แต่คือการลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง

บทความจบด้วยการย้ำว่าข้อเสนอครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มภาระงาน แต่เพื่อทำให้ทั้งระบบมีมาตรฐานเดียวกัน และลดความเสี่ยงที่ทุกฝ่ายต้องแบกรับโดยไม่จำเป็น

นี่จึงเป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาเชิงธรรมาภิบาลที่ไม่ได้เริ่มจากการกล่าวโทษคน แต่เริ่มจากการถามว่าเราจะออกแบบระบบอย่างไรให้คุ้มครองทุกฝ่ายได้ในกระบวนการเดียวกัน

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
โพสต์ของ พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า อยู่ที่ Department of Computer Engineering - Kasetsart University 23 มีนาคม เวลา 04:45 น. · กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย · แชร์กับ สาธารณะ วันนี้ผมเสนอวาระในสภามหาวิทยาลัย (ตามเอกสารแนบ) เรื่องการกำหนดมาตรฐานของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวกับการประเมินผู้บริหาร เรื่องนี้ผมเคยพูดในที่ประชุมกรรมการสรรหาผู้บริหารมาหลายครั้งแล้วว่า ระบบปัจจุบันยังมี “ช่องว่างเชิงโครงสร้าง” ไม่ใช่เรื่องของคนทำงาน แต่เป็นเรื่องของระบบที่ยังไม่มีมาตรฐานชัดเจน กรณีผู้ให้ความเห็น หากไม่มั่นใจในความลับ เขาจะไม่พูดความจริง และข้อมูลที่ได้ก็จะไม่สะท้อนความเป็นจริง กรณีผู้ถูกประเมิน ก็ควรได้รับความเป็นธรรม จากกระบวนการที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ กรณีผู้ดูแลระบบ ก็ควรได้รับการคุ้มครองจากข้อสงสัยที่ไม่จำเป็น เพราะเมื่อไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน แม้ทำถูกต้อง ก็อาจถูกตั้งคำถามได้ และในระดับสภามหาวิทยาลัยเอง ก็ควรมีระบบที่ทำให้สภาไม่ต้องอยู่ภายใต้ข้อสงสัย ในประเด็นความเสี่ยงของข้อมูลรั่วไหลโดยไม่จำเป็น สิ่งที่เสนอวันนี้จึงไม่ใช่การเพิ่มภาระงาน แต่เป็นการทำให้ระบบมี “มาตรฐานเดียวกัน” เพื่อคุ้มครองทุกฝ่ายในกระบวนการเดียวกัน
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง