Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

Failed University (Revisited) เมื่อ “สวนสนุกแห่งอำนาจ” ไม่ใช่แค่คำเปรียบ แต่กลายเป็นภาพจริงของโครงสร้างมหาวิทยาลัย

ข้อเขียนนี้กลับไปทบทวนแนวคิด Failed University อีกครั้ง หลังมีบทความจากมุมของกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้ทรงคุณวุฒิออกมาสะท้อนภาพใกล้เคียงกัน โดยชี้ว่าปัญหาของมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ที่คนดีหรือไม่ดีเป็นรายบุคคล แต่อยู่ที่โครงสร้างอำนาจที่ทำให้ฝ่ายบริหารเป็นทั้งผู้เล่น ผู้กำกับ และผู้ตัดสินเกมในเวลาเดียวกัน
หมวด: ธรรมาภิบาลและการบริหารมหาวิทยาลัย
วันที่โพสต์: 29 October 2025
ที่มา: Facebook post archive
governance university-council failed-university institutional-design ethics
Rewritten Post
ถ้าระบบยังให้ฝ่ายบริหารเป็นทั้งผู้เล่นและผู้ตัดสินเกม มหาวิทยาลัยก็ยากจะพ้นจากสภาพ Failed University
ภาพประกอบบทความเรื่อง Failed University Revisited
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้เป็นการกลับไปทบทวนข้อเขียนชุด Failed University หลังจากมีบทความจากมุมของกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้ทรงคุณวุฒิออกมาสะท้อนภาพคล้ายกัน จนทำให้ผู้เขียนย้ำว่าปัญหาที่เคยวิเคราะห์ไว้ไม่ใช่เพียง “ทฤษฎี” อีกต่อไป แต่กำลังมีหลักฐานจากหลายมุมมองมายืนยันพร้อมกัน

ใจความสำคัญของโพสต์คือ ปัญหาในมหาวิทยาลัยหลายแห่งไม่ได้อยู่ที่คนใดคนหนึ่ง แต่อยู่ที่ ระบบที่ออกแบบให้ฝ่ายบริหารเป็นทั้งผู้เล่นและผู้ตัดสินเกม พร้อมกัน ทำให้สภาได้ยินเฉพาะสิ่งที่ถูกคัดมาให้ได้ยิน และความเกรงใจกลายเป็นสิ่งสำคัญกว่าความจริง

จุดคมของโพสต์นี้คือการเชื่อมเสียงจาก “ล่างขึ้นบน” ของกรรมการสภาประเภทคณาจารย์ประจำ เข้ากับเสียงจาก “บนลงล่าง” ของผู้ทรงคุณวุฒิ จนทำให้ปัญหาเชิงโครงสร้างของมหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นแค่ข้อกล่าวหาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เริ่มกลายเป็น ภาพที่หลายฝ่ายเห็นตรงกัน

เมื่อระบบให้ผู้บริหารเป็นทั้งผู้เล่นและผู้ตัดสิน มหาวิทยาลัยก็เสี่ยงกลายเป็นสวนสนุกแห่งอำนาจ

ผู้เขียนสรุปปัญหาไว้อย่างแรงแต่ชัดว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำลังเปลี่ยนจากพื้นที่แห่งปัญญา ไปเป็น “สวนสนุกแห่งอำนาจ” ที่ทุกคนรู้บทของตัวเองดี แต่ไม่มีใครกล้าถามว่ากติกาทั้งหมดถูกออกแบบมาอย่างเป็นธรรมหรือไม่

มุมนี้สำคัญเพราะมันเลื่อนการวิจารณ์ออกจากบุคคล ไปสู่กลไกที่ทำให้การรับรู้ของสภาถูกกรอง และการตรวจสอบถูกทำให้เบาบางลงจนเหลือเพียงพิธีกรรม

การตั้งคำถามต่ออำนาจไม่ใช่การทำลายระบบ แต่คือการปกป้องระบบ

หนึ่งในประโยคแกนของบทความนี้คือ การตั้งคำถามต่ออำนาจไม่ใช่การทำลายระบบ แต่เป็นการปกป้องมันไม่ให้พังไปมากกว่านี้ ผู้เขียนจึงไม่มองการวิจารณ์สภาหรือโครงสร้างธรรมาภิบาลว่าเป็นภัยต่อมหาวิทยาลัย ตรงกันข้าม มันคือเงื่อนไขขั้นต่ำของการทำให้ระบบยังมีความชอบธรรมพอจะยืนอยู่ได้

ในกรอบนี้ ความเงียบ ความเกรงใจ หรือการเลี่ยงเผชิญคำถามยาก ๆ จึงไม่ใช่คุณธรรม แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่ทำให้ระบบเสื่อมถอยลงอย่างเงียบ ๆ

ปัญหาใหญ่ไม่ใช่กฎหมายไม่พอ แต่คือความหมายของ “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ถูกทำให้กลวง

ผู้เขียนย้ำชัดว่าทางออกไม่ได้อยู่ที่การออกกฎหมายเพิ่ม แต่อยู่ที่การตีความคำว่า ผู้ทรงคุณวุฒิ ให้กลับมามีน้ำหนักจริง ผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นคนที่มหาวิทยาลัยเชื่อได้ว่าจะไม่เข้าไปเกาหลังให้ใคร และไม่รอให้ใครมาเกาตอบ

นี่ทำให้ข้อเสนอของบทความไม่ใช่เพียงการเรียกร้องคุณธรรมแบบลอย ๆ แต่เป็นการเสนอหลักเกณฑ์ทางจริยธรรมของบทบาทกรรมการสภา ว่าต้องกล้าตั้งคำถามต่ออำนาจอย่างสุภาพแต่หนักแน่น

ถ้าหยุดสวนสนุกแห่งอำนาจได้ก่อน มหาวิทยาลัยไทยก็ยังอาจกลับมามีความหวัง

ข้อสรุปตอนท้ายของโพสต์นี้น่าสนใจมาก เพราะผู้เขียนไม่ได้ฝันไกลถึง “สวนธรรมาภิบาล” ในทันที แต่บอกว่าเพียงหยุดสวนสนุกแห่งอำนาจให้ได้ก่อน ก็ถือว่าเริ่มต้นถูกทางแล้ว นี่เป็นเป้าหมายที่ทั้งตรงไปตรงมาและเป็นขั้นเป็นตอน

ดังนั้น บทความนี้จึงทำหน้าที่เป็นทั้งบททบทวน Failed University และเป็นคำเตือนเชิงสถาบันว่า ถ้าไม่เริ่มแก้ที่โครงสร้างคัดสรรและตรวจสอบอำนาจ มหาวิทยาลัยไทยก็จะวนอยู่กับปัญหาเดิมในชื่อใหม่ต่อไป

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
พสต์ของ พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า เพิ่มรูปภาพลงในอัลบั้ม: แนวคิดด้านการศึกษา 29 ตุลาคม 2025 · ## **Failed University (Revisited): เมื่อ “สวนสนุกแห่งอำนาจ” กลายเป็นเรื่องจริง** ผมเคยเขียนไว้ใน *Failed University* ตอนที่ 3–4 ว่า > “ถ้าไม่เริ่มจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก็จะไม่มีใครเริ่มได้เลย” ตอนที่ 3 ➤ https://www.facebook.com/share/p/18D6N2YkPR/ ตอนที่ 4 ➤ https://www.facebook.com/share/p/18hJg6pPb8/ เวลาผ่านไปไม่นาน บทความของ **ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข** ซึ่งท่านเองก็ระบุว่าเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประเภทผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ตีพิมพ์ใน *มติชนสุดสัปดาห์* สองตอนติดต่อกัน (เหมือนผมที่เคยเขียน *Failed University* 4 ตอนในสัปดาห์เดียว 555) * [ผลัดกันเกาหลัง](https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_864979) * [สวนสนุกแห่งอำนาจ](https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_865701) บทความทั้งสองทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนอีกครั้งว่า โครงสร้างที่เราเคยวิเคราะห์ไว้ ไม่ได้เป็นเพียง “ทฤษฎี” อีกต่อไป จากเดิมที่ผมเขียนในมุมของกรรมการสภาประเภทคณาจารย์ประจำ ที่มองปัญหาจากล่างขึ้นบน วันนี้เราเริ่มเห็นภาพเดียวกัน จากมุมของผู้ทรงคุณวุฒิที่มองจากบนลงล่าง --- สิ่งที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยหลายแห่งยืนยันว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “คน” — แต่อยู่ที่ “ระบบ” ระบบที่ออกแบบให้ฝ่ายบริหารเป็นทั้ง “ผู้เล่น” และ “ผู้ตัดสินเกม” ระบบที่ให้กรรมการสภาได้ยินเฉพาะสิ่งที่ฝ่ายบริหารอยากให้ได้ยิน และระบบที่ทำให้ “ความเกรงใจ” สำคัญกว่าความจริง เมื่อโครงสร้างเช่นนี้ดำรงอยู่ มหาวิทยาลัยก็เปลี่ยนจากพื้นที่แห่งปัญญา กลายเป็น “สวนสนุกแห่งอำนาจ” เต็มไปด้วยคนที่รู้บทพูดของตนดี — แต่ลืมไปว่าคนดูเริ่มเบื่อแล้ว --- การตั้งคำถามต่ออำนาจ **ไม่ใช่การทำลายระบบ** แต่คือการปกป้องมันไม่ให้พังไปมากกว่านี้ ถ้าคณะกรรมการสภายังถูกคัดสรรด้วยระบบ “เธอเลือกฉัน ฉันเลือกเธอ” ต่อให้ตั้งคณะอนุกรรมการธรรมาภิบาลอีกสิบชุด ผลก็ไม่ต่างจากการตั้งกล้องวงจรปิดไว้หน้ากระจก เห็นทุกอย่าง — แต่ห้ามแตะต้อง และเมื่อการตีความกฎหมายถูกใช้เพื่อเข้าข้างตัวเอง โดยผู้ที่คนเรียกว่า “อาจารย์” เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่ง คำว่า “ธรรมาภิบาล” ก็จะหมดความหมายทันที --- ผมยังเชื่อเหมือนเดิมว่า ทางออกไม่ได้อยู่ที่การออกกฎหมายเพิ่ม แต่อยู่ที่การตีความ “ความเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ” ให้กลับมามีความหมายจริง ๆ ผู้ทรงคุณวุฒิคือผู้ที่มหาวิทยาลัยเชื่อได้ว่า จะ “ไม่เกาให้ใคร” และ “ไม่รอให้ใครมาเกาให้ตนเอง” ถ้าวันหนึ่งเรามีกรรมการสภาที่กล้าตั้งคำถามต่ออำนาจ ด้วยความสุภาพแต่หนักแน่น มหาวิทยาลัยไทยจะไม่ต้องกลัวคำว่า *Failed University* อีกต่อไป --- เราอาจยังไม่ต้องสร้าง “สวนธรรมาภิบาล” อย่างที่อาจารย์สุรชาติหวัง แค่หยุด “สวนสนุกแห่งอำนาจ” ให้ได้ก่อน ก็ถือว่าเริ่มต้นถูกทางแล้ว #FailedUniversity #สวนสนุกแห่งอำนาจ #เริ่มที่ผู้ทรงคุณวุฒิ
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง