Kasetsart UniversityThe Life Systems University
Archive

AIEP ไม่ใช่หลักสูตรแฟนซี แต่คือการเอา AI ไปยืนบนความรู้จริงของแต่ละสาขา

ข้อเขียนนี้อธิบายว่า AIEP ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นหลักสูตรกระแสหรือ sandbox เฉพาะกิจ แต่เป็นความร่วมมือข้ามภาควิชาที่ให้ AI ทำหน้าที่เป็นกรอบคิดและวิธีแก้ปัญหาร่วมกับองค์ความรู้แกนของแต่ละสาขา เพื่อสร้างคนที่ไม่ใช่แค่ใช้ AI เป็น แต่เข้าใจมันลึกพอจะสร้างคุณค่าในบริบทจริงได้
หมวด: หลักสูตรและการเรียนรู้
วันที่โพสต์: 16 February 2026
ที่มา: Facebook post archive
ai curriculum interdisciplinary domain-knowledge ku
Rewritten Post
ถ้าอยากให้เด็กเก่ง AI จริง เราต้องไม่สอน AI แบบลอย ๆ แต่ต้องฝังมันลงใน domain knowledge
ภาพประกอบบทความเรื่อง AIEP สำหรับเศรษฐศาสตร์
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

บทความนี้อธิบายให้ชัดว่า AIEP ไม่ใช่หลักสูตร sandbox ไม่ใช่หลักสูตรเฉพาะกิจ และไม่ใช่การเอา AI ไปแปะเป็นเครื่องมือเสริมให้ดูทันสมัย แต่เป็นความร่วมมือระหว่างภาควิชาอย่างจริงจัง ที่ยืนอยู่บน domain knowledge ของแต่ละสาขา ซึ่งผู้เขียนมองว่านี่คือรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัย

ในกรอบนี้ AI จึงไม่ใช่เพียง tool แต่เป็นกรอบคิด วิธีตั้งคำถาม และวิธีแก้ปัญหา ที่เข้าไปเติมเต็มสาขานั้น ๆ อย่างมีเหตุผลบนฐานความรู้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้การใช้ AI กลายเป็นการเชื่อตามคำตอบของเครื่องมือโดยไม่รู้ว่าถูกหรือผิด

สิ่งที่น่าสนใจของ AIEP คือมันเริ่มจากการเชื่อมภาคคอมพ์กับคณะและภาควิชาเพื่อนบ้านหลากหลายด้าน ตั้งแต่วิศวกรรมศาสตร์ เกษตร ประมง สถาปัตย์ ไปจนถึงเศรษฐศาสตร์ พืชไร่ Food Science and Tech, Product Development และวิศวกรรมป่าไม้ นี่สะท้อนว่าความหมายของ AI ในมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ที่การสร้างหลักสูตรเดี่ยว ๆ แต่คือการทำให้ โจทย์จริง มาเจอกับ เทคโนโลยีจริง ข้ามพรมแดนของภาควิชา

เด็กต้องแน่นในสาขาหลักก่อน แล้วค่อยต่อยอด AI อย่างมีระบบ

แนวคิดโครงสร้างของ AIEP เรียบง่ายแต่ชัดมาก: เด็กควรเรียนระดับปริญญาตรีในสาขาที่ตัวเองรักจริงให้แน่นก่อน แล้วจึงต่อยอด AI ผ่านเส้นทาง ตรี+1 เพิ่มอีกหนึ่งปี เพื่อให้ได้ทั้งความลึกในสาขาหลักและความสามารถทาง AI ที่ไม่ลอย

มุมนี้ทำให้ AIEP แตกต่างจากการสอน AI แบบแยกส่วน เพราะเป้าหมายไม่ใช่การผลิตคนที่ใช้เครื่องมือ AI เป็นเท่านั้น แต่คือการผลิตคนที่สามารถเอา AI ไปสร้างคุณค่าในบริบทของตัวเองได้อย่างมีเหตุผล

ถ้าไม่ทำ AI ให้ลึก เราจะเป็นเพียงผู้ใช้ของคนอื่นตลอดไป

บทความยังเชื่อม AIEP กับการพัฒนาโทและเอกของวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เอง รวมถึงเส้นทาง double degree กับต่างประเทศ เพื่อชี้ให้เห็นว่าเป้าหมายของทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ดูทันสมัย แต่คือการทำให้คนที่จบจาก มก. โดดเด่นเวลาสร้างประโยชน์ให้สังคม

ข้อสรุปจึงหนักแน่นมาก: ถ้ามอง AI เป็นเพียงกระแสและไม่ทำให้ลึกพอ เราก็จะกลายเป็นแค่ ผู้ใช้ของคนอื่น ตลอดไป แต่ถ้าทำให้ลึกบนฐานความรู้จริงของแต่ละสาขา มหาวิทยาลัยก็มีโอกาสสร้างคนที่กำหนดทิศทางการใช้ AI ได้เอง ไม่ใช่เพียงตามเทคโนโลยีจากภายนอก

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า 16 กุมภาพันธ์ · แชร์กับ สาธารณะ ช่วงนี้มีคนถามเรื่อง AIEP เยอะ เลยขอเล่าให้ฟังสักนิดครับ AIEP ไม่ใช่หลักสูตร sandbox ไม่ใช่หลักสูตรเฉพาะกิจ ไม่ใช่หลักสูตรแฟนซีตั้งชื่อใหม่แล้วจบ คนจำไม่ได้ ชาวโลกไม่รู้จัก และไม่ใช่การเอา AI ไปแปะเป็นเครื่องมือเสริม สิ่งที่เราทำคือ “ความร่วมมือระหว่างภาควิชา” จริง ๆ ยืนอยู่บน domain knowledge ของแต่ละสาขา ซึ่งอันนี้แหละ ในมุมผมคือ พื้นฐานอันสำคัญของมหาวิทยาลัย AI สำหรับผม ไม่ใช่แค่ tool มันควรเป็นกรอบคิด วิธีตั้งคำถาม และวิธีแก้ปัญหา ที่เข้าไปเติมเต็มสาขานั้น ๆ อย่างมีเหตุมีผล เข้าใจด้วยความรู้จริง ไม่ใช่ฟังเอไอมโนมา แล้วไม่รู้ถูกหรือผิด ตอนนี้ภาคคอมพ์คุยกับระดับคณะ กับ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตร ประมง สถาปัตย์ และในระดับภาควิชา เช่น - เศรษฐศาสตร์, - พืชไร่ (เกษตร), - Food Science and Tech และ Product Development (อุตสาหกรรมเกษตร), - วิศวกรรมป่าไม้ (วนศาสตร์) แนวคิดมันไม่ได้ซับซ้อนอะไร เด็กจบตรีในสาขาที่ตัวเองรักจริง ๆ ให้แน่นก่อน แล้วต่อยอด AI ด้วยเส้นทางโครงการ ตรี+1 เพิ่มอีก 1 ปี ก็จะได้ วศ.ม. (วิศวกรรมบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ – ที่กำลังพัฒนา) รวมแล้ว 5 ปี ได้สองปริญญา (จะภาคปกติ ภาคพิเศษ หรือ อินเตอร์ ก็ขึ้นกับสาขาหลักเลยครับ) ที่มาคือ เราเริ่มจากความคิดง่าย ๆ อยากให้เด็ก มก. เก่ง AI จริง แต่ไม่ใช่เก่งลอย ๆ แค่สอนเอไอแค่นั้น ไม่ต้องเรียนก็ได้ เราต้องเอา AI ไปบูรณาการกับความรู้ในสาขาตัวเอง Applied AI สำหรับผม หลายครั้งคือ research เล็ก ๆ เราจะพัฒนาความคิดคนข้ามภาคกันจริงๆ โจทย์จริงจะได้มาเจอกับเทคโนโลยีจริง ที่ผ่านมาเราหาเพื่อนต่างชาติเยอะมาก ขยันเซ็น MOU แล้วคุ้มค่าเครื่องบินไปเซ็นหรือเปล่า เป็นคำถามตลอด ถึงบินไปคุย ไม่มีเวลา ไม่มีเงินพอจะคุยให้ลึก คำถามคือ ทำไมเราไม่เริ่มจากภาควิชาเพือนบ้านรั้วเดียวกันก่อน --- ส่วนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เอง แม้จะผลักดัน AIEP เราก็ยังพัฒนาโทและเอกของเราเต็มที่ มีตรี+1 วิศวคอมพ์ เด็กที่พร้อมจริง ๆ จบตรี+โทได้ประมาณ 4–4.5 ปี พร้อมผลงานตีพิมพ์ Scopus มี double degree ทั้งโทและเอก กับ Nara Institute of Science and Technology ด้วยหลักสูตร 4+2 ค่าเทอมจ่ายที่ไทย และวิทยานิพนธ์ทำเล่มเดียว ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้ดูทันสมัย แต่ทำเพื่อให้คนที่จบจาก มก. โดดเด่นเวลาสร้างประโยชน์ให้สังคม ผมไม่ได้มอง AI เป็นกระแส แต่มองว่า ถ้าเราไม่ทำให้ลึก เราจะกลายเป็นแค่ "ผู้ใช้" ของคนอื่นตลอดไป ประมาณนี้ครับ
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง