Archive

ทำไมองค์กรจึงค่อย ๆ เหมือนกัน แม้ทุกแห่งกำลังพยายามเปลี่ยนแปลง

จากศูนย์ AI หลักสูตรใหม่ นวัตกรรม ความยั่งยืน ไปจนถึงโครงสร้างองค์กร คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “ที่อื่นเขามีกันหรือยัง” แต่คือสิ่งนั้นแก้ปัญหาอะไร และเหมาะกับบริบทของเราจริงหรือไม่
หมวด: องค์กรและธรรมาภิบาล
วันที่โพสต์: 21 September 2026
ที่มา: Facebook post archive
institutional-isomorphism organization-theory governance decision-making higher-education fomo
Rewritten Post
องค์กรอาจไม่ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด แต่อาจเลือกสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดในการตัดสินใจ
ส่วนหัวและบทคัดย่อของบทความ The Iron Cage Revisited
DiMaggio และ Powell, American Sociological Review, 1983

ทำไมมหาวิทยาลัย หน่วยงาน และองค์กรในวงการเดียวกันจึงค่อย ๆ ทำสิ่งคล้ายกัน ที่หนึ่งตั้งศูนย์ AI อีกที่ก็ตั้งตาม ที่หนึ่งเปิดหลักสูตรหรือคณะใหม่ องค์กรอื่นก็เริ่มถามว่าตนเองควรมีบ้างหรือยัง

ความคล้ายกันไม่ได้แปลว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ดี แต่ชวนให้ถามว่าองค์กรเลือกเพราะมันเหมาะกับปัญหาและบริบทของตัวเองจริง ๆ หรือเพราะการเห็นคนอื่นทำทำให้รู้สึกว่า “เราก็ควรมี”

เมื่อคำถามเปลี่ยนจาก “มันแก้ปัญหาอะไร” เป็น “ที่อื่นเขามีกันหรือยัง”

บทความคลาสสิก The Iron Cage Revisited ของ Paul J. DiMaggio และ Walter W. Powell อธิบายว่า เมื่อองค์กรจำนวนหนึ่งก่อตัวเป็นสนามเดียวกัน แรงผลักในสนามนั้นทำให้องค์กรมีโครงสร้างและแนวปฏิบัติคล้ายกันมากขึ้น แม้ความคล้ายดังกล่าวไม่ได้พิสูจน์เสมอไปว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด

นี่คือภาวะย้อนแย้งสำคัญ: ผู้ตัดสินใจแต่ละคนอาจกำลังพยายามเปลี่ยนองค์กรอย่างมีเหตุผล แต่ผลรวมของการตัดสินใจกลับทำให้ทุกองค์กรเหมือนกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

สามแรงที่ทำให้องค์กรเดินไปในทิศทางเดียวกัน

แรงบังคับ (coercive isomorphism) เกิดจากกฎ นโยบาย งบประมาณ แหล่งทรัพยากร หรือผู้มีอำนาจที่ทำให้องค์กรต้องปรับโครงสร้างและพฤติกรรมไปในแนวทางหนึ่ง

การเลียนแบบ (mimetic isomorphism) เกิดชัดในช่วงที่เป้าหมายคลุมเครือหรือเทคโนโลยีไม่แน่นอน เมื่อไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร องค์กรจึงมองหาแบบอย่างที่ดูประสบความสำเร็จแล้วทำตาม

แรงจากบรรทัดฐานทางวิชาชีพ (normative isomorphism) เกิดจากคนในวิชาชีพเดียวกันที่ได้รับการศึกษา อ่านความรู้ เข้าร่วมสมาคม และประชุมในพื้นที่คล้ายกัน จนเกิดภาษา มาตรฐาน และกรอบคิดร่วมกัน

FOMO ขององค์กรและความปลอดภัยของผู้ตัดสินใจ

ปรากฏการณ์นี้คล้าย FOMO ของคน องค์กรไม่อยากตกขบวน และผู้บริหารที่อยู่ช่วงปลายของชีวิตการทำงานย่อมมีแรงจูงใจให้เลือก safe zone การทำเหมือนคนอื่นแล้วพลาดยังอธิบายได้ว่า “ทุกที่ก็ทำกัน” แต่การเลือกทางต่างแล้วพลาดทำให้ผู้ตัดสินใจต้องรับเต็ม ๆ

ดังนั้น สิ่งที่องค์กรเลือกจึงอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่อาจเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดในการตัดสินใจ ชื่อโครงการ คำศัพท์ ผู้บริหาร และยุคสมัยเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แต่ธรรมชาติของคนและองค์กรอาจเปลี่ยนช้ากว่ามาก

ก่อนทำตาม ควรย้อนกลับมาถามอะไร

แนวคิด institutional isomorphism ไม่ได้บอกว่าการทำเหมือนองค์กรอื่นผิดเสมอไป แบบอย่างที่ดีช่วยลดต้นทุนการทดลองได้ แต่การตัดสินใจควรเริ่มจากปัญหา หลักฐาน ความพร้อม และผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ใช่เริ่มจากความกลัวว่าตนเองจะไม่มีสิ่งที่คนอื่นมี

คำถามที่ควรถามจึงได้แก่ สิ่งนี้แก้ปัญหาอะไร เหตุใดจึงเหมาะกับเรา จะวัดผลอย่างไร มีทางเลือกอื่นหรือไม่ และหากไม่ทำตามกระแสจะเกิดความเสียหายจริงเพียงใด คำถามเหล่านี้ช่วยแยกการเรียนรู้จากผู้อื่นออกจากการเลียนแบบเพื่อความชอบธรรม

งานวิชาการต้นทาง The Iron Cage Revisited Paul J. DiMaggio และ Walter W. Powell, American Sociological Review, Vol. 48, No. 2 (1983), pp. 147–160 เปิดบทความ PDF
Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
เอกสารอ้างอิง
Original Facebook Post
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า 21 กันยายน 2569 · แชร์กับ สาธารณะ เคยสงสัยไหมว่า ทำไมหลายมหาวิทยาลัย หลายหน่วยงาน หรือหลายองค์กร ถึงค่อย ๆ ทำอะไรคล้ายกัน * ที่หนึ่งตั้งศูนย์ AI อีกที่ก็ตั้งบ้าง * ที่หนึ่งเปิดหลักสูตรใหม่ อีกที่ก็เริ่มคิดว่าต้องมี * เห็นมหาวิทยาลัยอื่นตั้งคณะใหม่ ก็เริ่มถามว่าเราควรมีหรือยัง * ช่วงหนึ่งทุกแห่งพูด innovation อีกช่วงพูด sustainability แล้วตอนนี้ก็ AI ไม่ได้แปลว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดี แต่คำถามคือ เราทำเพราะมันเหมาะกับเราจริง ๆ หรือเพราะเห็นคนอื่นทำแล้วรู้สึกว่า “เราก็ควรมี” บทความคลาสสิก The Iron Cage Revisited ที่เขียนตั้งแต่ปี 1983 อธิบายเรื่องนี้ไว้น่าสนใจมาก (ลิงก์ในคอมเมนต์) เขาบอกว่า องค์กรในวงการเดียวกันมักค่อย ๆ เหมือนกัน ไม่ใช่เพราะทุกแห่งพิสูจน์แล้วว่าวิธีเดียวกันดีที่สุด แต่เพราะแรงหลายอย่าง * บางอย่างมาจากกฎ นโยบาย งบประมาณ หรือผู้มีอำนาจ * บางอย่างมาจากความไม่แน่ใจ พอไม่รู้ว่าควรทำอะไร ก็หันไปดูว่าองค์กรที่ดูประสบความสำเร็จเขาทำอะไร แล้วทำตาม * อีกส่วนหนึ่งก็มาจากคนในวิชาชีพเดียวกัน เรียนคล้ายกัน อ่านเรื่องคล้ายกัน ไปประชุมเดียวกัน สุดท้ายวิธีคิดก็คล้ายกัน จากคำถามว่า “มันแก้ปัญหาอะไร” จึงอาจค่อย ๆ กลายเป็น “ที่อื่นเขามีกันหรือยัง” ตรงนี้ก็คงไม่ต่างจาก FOMO (Fear of Missing Out - โรคกลัวตกกระแส) ของคนมากนัก มนุษย์ไม่ค่อยอยากเป็นคนตกขบวน และยิ่งคนที่ขึ้นมามีตำแหน่งสูง ส่วนใหญ่มักอยู่ช่วงปลายของชีวิตการทำงานแล้ว การเลือก safe zone ก็คงเป็นเรื่องเข้าใจได้ ทำเหมือนคนอื่นแล้วพลาด อย่างน้อยก็ยังบอกได้ว่า “ทุกที่ก็ทำกัน” แต่ถ้าเลือกทางที่ต่างแล้วพลาด คนตัดสินใจก็ต้องรับเต็ม ๆ บางทีสิ่งที่องค์กรเลือกจึงไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่อาจเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดในการตัดสินใจ * ชื่อโครงการเปลี่ยน * คำศัพท์เปลี่ยน * คนบริหารเปลี่ยน * ยุคสมัยเปลี่ยน แต่ธรรมชาติของคนและธรรมชาติขององค์กร อาจไม่ได้เปลี่ยนมากนัก ชีวิตก็อย่างนี้ --- แปลไทยจาก abstract กรงเหล็กที่หวนกลับมา: ความเหมือนเชิงสถาบันและความมีเหตุผลร่วมในสนามขององค์การ Paul J. DiMaggio และ Walter W. Powell มหาวิทยาลัยเยล อะไรทำให้องค์การต่าง ๆ มีลักษณะคล้ายคลึงกันมากขึ้น? เราเสนอว่า แรงขับเคลื่อนของกระบวนการทำให้เป็นเหตุเป็นผล (rationalization) และการทำให้เป็นระบบราชการ (bureaucratization) ได้เคลื่อนย้ายจากการแข่งขันในตลาด ไปสู่รัฐและกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ เมื่อกลุ่มขององค์การต่าง ๆ ก่อตัวขึ้นจนกลายเป็น “สนาม” (organizational field) จะเกิดภาวะย้อนแย้งประการหนึ่งขึ้น กล่าวคือ ผู้กระทำที่ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล กลับทำให้องค์การของตนมีความคล้ายคลึงกับองค์การอื่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่พวกเขากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงองค์การของตน เราอธิบายกระบวนการที่นำไปสู่ความเหมือนดังกล่าวไว้สามแบบ ได้แก่ * แรงบังคับ (coercive isomorphism) * การเลียนแบบ (mimetic isomorphism) * แรงจากบรรทัดฐานทางวิชาชีพ (normative isomorphism) จากนั้น เราเสนอสมมติฐานเกี่ยวกับผลของการรวมศูนย์และการพึ่งพาทรัพยากร ความคลุมเครือของเป้าหมายและความไม่แน่นอนทางเทคนิค ตลอดจนความเป็นวิชาชีพและการก่อตัวของโครงสร้างในสนามองค์การ ว่าปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้องค์การมีความคล้ายคลึงกันอย่างไร ท้ายที่สุด เราอภิปรายว่าข้อเสนอเหล่านี้มีนัยอย่างไรต่อทฤษฎีองค์การและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง