มหาวิทยาลัยยังจำเป็นไหม ในวันที่ AI ทำข้อสอบแทนคนได้
เมื่อ AI สามารถทำโจทย์ ท่องจำ และทำข้อสอบได้แม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่คอร์สออนไลน์ระดับโลกเรียนจากที่ไหนก็ได้ มีเครื่องมือแปลภาษา และค่าเรียนไม่ได้แพงกว่าหลายหลักสูตรในไทย คำถามว่ามหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่ไหมจึงไม่ใช่คำถามเล่น ๆ อีกต่อไป
ความจริงที่ต้องยอมรับคือปริญญากำลังลดความขลังลง หากมหาวิทยาลัยยังคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม และวางตัวเป็นเพียงผู้ให้บริการการสอน ก็จะเดินเข้าสู่ทางตัน เพราะงานสอนจำนวนมากมีของทดแทนที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้คนยังต้องมามหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่แค่ “มาเรียน” แต่คือมาเจอกัน มาเจออาจารย์เก่ง ๆ เพื่อรับประสบการณ์ วิธีคิด และการตั้งคำถามที่ลึกกว่าตำรา มาเจอเพื่อนที่ใช่เพื่อสร้างเครือข่ายทางวิชาการ วิชาชีพ และชีวิต
มหาวิทยาลัยยังเป็นพื้นที่ทางปัญญา ที่การคุย การถกเถียง การตั้งโจทย์ และการวิเคราะห์ปัญหาจริงเกิดขึ้นได้ สิ่งเหล่านี้หาไม่ได้ง่ายจากตลาดทั่วไปหรือจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แม้หน้าจอจะให้ความรู้ได้มากขึ้นก็ตาม
มหาวิทยาลัยยังจำเป็น เพราะมีกลไกบางอย่างที่ตลาดและรัฐมักทำได้ไม่เต็มที่
บริษัทเอกชนและศูนย์วิจัยภาครัฐมีเป้าหมายชัดเจน ทั้งสิ่งที่ทำและสิ่งที่ไม่ทำ แต่มหาวิทยาลัยยังจำเป็นเพราะมีบางเรื่องที่กลไกอื่นมักไม่ทำหรือทำได้ไม่เต็มที่ เช่น การพัฒนาคนอย่างเข้มข้น การทำเรื่องที่เสี่ยงจะไม่สำเร็จเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ และงานต้นทุนสูง ความเสี่ยงสูง แต่ให้ผลตอบแทนต่อสังคมในระยะยาว
อีกบทบาทหนึ่งคือการเก็บสะสมความรู้ระยะยาวเพื่อเป็นต้นทุนให้สังคม มหาวิทยาลัยจึงไม่ควรถูกลดความหมายเหลือเพียงสถานที่เรียนหรือหน่วยขายหลักสูตร แต่เป็นโครงสร้างระยะยาวที่สังคมใช้สร้างคน ความรู้ และขีดความสามารถ
จากผู้สอน สู่ trusted system partner
มหาวิทยาลัยในอนาคตต้องเลิกพยายามเป็นทุกอย่าง ไม่ต้องขายของแข่งกับศิษย์ ไม่ต้องทำงานที่คนทั่วไปทำได้ และไม่ต้องทับไลน์หน่วยงานอื่นเพียงเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองยังมีบทบาท สิ่งที่ควรทำคือขยับฐานะเป็นหุ้นส่วนเชิงระบบที่สังคมเชื่อถือได้
เชื่อถือได้ว่าเรารู้บทบาทของตัวเองและไม่ทับไลน์ใคร เชื่อถือได้ว่าเราทำเรื่องที่สังคมต้องการแต่กลไกอื่นยังไม่พร้อมทำ และเชื่อถือได้ว่าเป้าหมายสุดท้ายคือการพัฒนาคน องค์ความรู้ และขีดความสามารถระยะยาวของประเทศ
KU ต้องตอบให้ชัดว่ามีความหมายอย่างไรต่อสังคมยุคใหม่
สำหรับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คำถามต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงจะเปิดหลักสูตรอะไรหรือใช้ AI อย่างไร แต่คือเราจะทำอะไร เพื่อใคร ด้วยปณิธานอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อสังคมในโลกยุคใหม่
หากมหาวิทยาลัยตอบคำถามนี้ได้ชัด ก็จะไม่ต้องแข่งกับ AI หรือคอร์สออนไลน์ในสนามที่ไม่ควรแข่ง แต่จะกลับไปทำสิ่งที่มหาวิทยาลัยทำได้ดีที่สุด คือสร้างคน สร้างความรู้ สร้างพื้นที่ทางปัญญา และเป็นระบบที่สังคมเชื่อถือได้ในเรื่องที่อนาคตของประเทศต้องพึ่งพา