Archive

การสนับสนุน talent ไม่ได้สร้างแค่เหรียญ แต่สร้างเครือข่ายและคำถามที่ดี

ข้อเขียนนี้ชวนมองการพัฒนา talent จากอีกด้านหนึ่ง ไม่ใช่ถามเพียงว่าการสนับสนุนคนไม่กี่คนคุ้มค่าหรือไม่ แต่ถามว่าหากไม่มีการสนับสนุนเลย ประเทศจะเสียโอกาสในการรู้ศักยภาพ สร้างเครือข่าย พัฒนาครู นักเรียน และระบบนิเวศการเรียนรู้ไปมากเพียงใด โดยเฉพาะในยุค AI ที่คำตอบมีอยู่ทั่วไป แต่คำถามที่ดียังขาดแคลน
หมวด: การศึกษาและการพัฒนาคน
วันที่โพสต์: 27 April 2026
ที่มา: Facebook post archive
toi22 talent-development computer-olympiad education-ecosystem ai-literacy good-questions
Rewritten Post
ถ้าไม่มีเวทีพัฒนา talent เลย ประเทศจะเสียอะไรไปบ้าง
ภาพประกอบบทความจากพิธีเปิดการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระดับชาติ TOI22
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

การพัฒนา talent เป็นเรื่องจำเป็น แต่คำถามที่ตามมาเสมอคือ เราทุ่มทรัพยากรให้คนไม่กี่คนคุ้มค่าหรือไม่ และคนที่เคยได้เหรียญระดับโลกหายไปอยู่ที่ไหนกันแล้ว คำถามนี้สำคัญ แต่ถ้าถามเพียงด้านเดียว อาจทำให้มองไม่เห็นคุณค่าที่เกิดขึ้นทั้งระบบ

อีกคำถามที่ควรถามควบคู่กันคือ หากประเทศไม่มีการสนับสนุน talent เลย เราจะเสียอะไรไปบ้าง เราอาจไม่รู้ว่าศักยภาพของคนไทยเมื่อเทียบกับโลกอยู่ตรงไหน ไม่รู้ว่ามีขุมกำลังมากน้อยแค่ไหน และไม่เกิดเครือข่ายที่ทำให้คน องค์กร โรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่าง ๆ ได้มาพบและทำงานร่วมกัน

TOI22 เป็นเวทีระดับประเทศที่คัดเลือกนักเรียนกลุ่มสุดท้ายเพื่อเตรียมตัวสู่การแข่งขัน International Olympiad in Informatics ที่ประเทศอุซเบกิซสถานในเดือนสิงหาคม ปีนี้ยังมีความท้าทายใหม่ เพราะเป็นปีแรกที่เด็กที่มาแข่ง TOI อาจต้องไป IOI ในปีเดียวกัน จากเดิมที่มีเวลาฝึกข้ามปี

ข้อจำกัดด้านทรัพยากรทำให้เวลาฝึกสั้นลง และกลายเป็นโจทย์ใหม่ของทั้งมูลนิธิ สอวน. ซึ่งดูแล TOI และ สสวท. ซึ่งดูแลการส่งแข่งขัน IOI นี่สะท้อนว่าการพัฒนา talent ไม่ใช่เรื่องจัดงานแข่งเท่านั้น แต่เป็นการบริหารระบบการฝึก คน เวลา และความรับผิดชอบของหลายหน่วยงานพร้อมกัน

สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่เหรียญ แต่คือเครือข่ายและระบบนิเวศ

ประเทศไทยส่งผู้แทนไปแข่ง IOI ตั้งแต่ปี 1991 ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 35 ปี มีผู้แทนเป็นร้อยคน รุ่นแรก ๆ ตอนนี้อยู่ในวัยที่กำลังมีบทบาทสำคัญในประเทศ สิ่งที่ได้จึงไม่ใช่เพียงเหรียญหรือชื่อเสียงเฉพาะช่วงเวลา แต่คือเครือข่ายบุคคลที่สะสมและกลับมาช่วยระบบต่อ

ในระดับองค์กร ระบบนี้เชื่อม สพฐ. สอวน. สสวท. มหาวิทยาลัย และโรงเรียนทั่วประเทศเข้าด้วยกัน ในระดับบุคคล กรรมการโอลิมปิกจำนวนมากเป็นอดีตผู้แทน ครูที่ติวเด็กจำนวนมากก็เป็นศิษย์เก่าศูนย์ สิ่งเหล่านี้คือทุนทางสังคมและวิชาการที่เกิดจากเวทีพัฒนา talent อย่างต่อเนื่อง

ตัวท็อปเป็นตัวชูโรง แต่เป้าหมายจริงคือ mass ของคนที่ได้รับการพัฒนา

ในภาพใหญ่ สอวน. มีประมาณ 20 ค่าย ค่ายละราว 40 คน นี่คือฐานกำลังที่ป้อนเข้าสู่มหาวิทยาลัยอย่างมีคุณภาพ การสร้าง talent จึงไม่ได้มีไว้เพื่อคนไม่กี่คน ตัวท็อปเป็นเพียงตัวชูโรง แต่เป้าหมายจริงคือจำนวนคนโดยรวมที่ได้รับการพัฒนา ทั้งครู นักเรียน สื่อการสอน และวัฒนธรรมการแก้ปัญหา

เทคโนโลยีช่วยให้การขยายผลทำได้มากขึ้น TOI มีโจทย์ออนไลน์ผ่าน TOI-Zero มีคลิปให้เรียนเอง ทำให้ต้นทุนต่อคนต่ำลงและเด็กเก่งขึ้น แต่การให้ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่พอ ระบบต้องให้เด็กคิด ให้ทำ ให้แก้ปัญหา และให้ตั้งคำถามด้วย

ในยุค AI คำตอบมีอยู่ทั่วไป แต่คำถามที่ดียังเป็นของหายาก

งานพัฒนาคนยังเป็นเรื่องเดิมที่ต้องทำอย่างมุ่งมั่น แต่ต้องปรับวิธีคิดและหาวิธีการใหม่เพื่อให้ได้ผลที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะในยุค AI ที่คำตอบจำนวนมากอยู่ในมือเราแทบตลอดเวลา

สิ่งที่ขาดจึงไม่ใช่เพียงข้อมูลหรือคำตอบ แต่คือคำถามที่ดี คำถามที่ทำให้คนคิดไกลขึ้น แก้ปัญหาลึกขึ้น และเห็นความเชื่อมโยงของระบบมากขึ้น การพัฒนา talent จึงไม่ใช่แค่ฝึกให้ตอบโจทย์ได้ แต่ต้องฝึกให้ตั้งโจทย์ที่พาประเทศไปข้างหน้าได้ด้วย

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า รู้สึกเยี่ยม 27 เมษายน เวลา 07:13 น. · แชร์กับ สาธารณะ วันนี้มาร่วมพิธีเปิดการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระดับชาติ TOI22 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี การพัฒนา *talent* เป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็มักมีคำถามตามมาว่า เราทุ่มทรัพยากรให้คนไม่กี่คน คุ้มค่าหรือไม่ และคนที่ได้เหรียญระดับโลกที่เราเคยสนับสนุนไปอยู่ที่ไหนกันแล้ว ผมอยากชวนคิดอีกมุมหนึ่ง— ลองจินตนาการว่า “ไม่มีการสนับสนุน talent เลย” ประเทศเราจะเป็นอย่างไร หลายอย่างจะไม่เกิดขึ้นเลยครับ เช่น * เราจะไม่เคยรู้ว่าศักยภาพของคนไทย เมื่อไปแข่งขันกับระดับโลก อยู่ตรงไหน * เราจะไม่รู้ว่าเรามี “ขุมกำลัง” มากน้อยแค่ไหน * เราจะไม่เกิดเครือข่าย—ทั้งระดับองค์กร ข้ามกระทรวง ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย โรงเรียน * และที่สำคัญ เครือข่ายระดับบุคคล ที่ถ้าไม่มีเวทีแบบนี้ คนสำคัญในวงการก็คงไม่มีวันได้มาเจอกัน TOI22 เป็นเวทีระดับประเทศ ที่คัดเลือกนักเรียนกลุ่มสุดท้ายไปเตรียมตัวสู่การแข่งขัน International Olympiad in Informatics ในเดือนสิงหาคมนี้ ที่ประเทศอุซเบกิซสถาน ปีนี้มีความท้าทายใหม่— เป็นปีแรกที่เด็กที่มาแข่ง TOI อาจต้องไป IOI ในปีเดียวกัน จากเดิมที่มีเวลาฝึกข้ามปี ทรัพยากรที่จำกัด ทำให้เวลาสั้นลง และกลายเป็นโจทย์ใหม่ของทั้ง * มูลนิธิ สอวน. (ดูแล TOI) * สสวท. (ดูแลการส่งแข่งขัน IOI) เราส่งผู้แทนไปแข่ง IOI ตั้งแต่ปี 1991 ถึงวันนี้ 35 ปีแล้ว มีผู้แทนเป็นร้อยคน รุ่นแรกๆ ตอนนี้อายุประมาณ 50 ปี กำลังอยู่ในช่วงที่มีบทบาทสำคัญในประเทศ สิ่งที่ได้ จึงไม่ใช่แค่ “เหรียญ” แต่คือ “เครือข่าย” และ “ระบบนิเวศ” ตั้งแต่ * สพฐ. * สอวน. * สสวท. * มหาวิทยาลัย * โรงเรียนทั่วประเทศ รวมถึงเครือข่ายบุคคล— กรรมการโอลิมปิกจำนวนมากเป็นอดีตผู้แทน ครูที่ติวเด็กตามโรงเรียนจำนวนมาก ก็เป็นศิษย์เก่าศูนย์ ในภาพใหญ่ สอวน. มีประมาณ 20 ค่าย ค่ายละ ~40 คน นี่คือ “ฐานกำลัง” ที่ป้อนเข้าสู่มหาวิทยาลัยอย่างมีคุณภาพ เราไม่ได้สร้าง talent เพื่อคนไม่กี่คน ตัวท็อปเป็นเพียง “ตัวชูโรง” แต่เป้าหมายจริงคือ “mass” — จำนวนคนที่ได้รับการพัฒนาโดยรวม ทั้งครู นักเรียน สื่อการสอน วันนี้เทคโนโลยีช่วยขยายผลได้มาก TOI มีโจทย์ออนไลน์ผ่านทาง TOI-Zero มีคลิปให้เรียนเอง ต้นทุนต่อคนต่ำลง เด็กเก่งขึ้น แต่สุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่ “ให้ความรู้” เราต้อง * ให้คิด * ให้ทำ * ให้แก้ปัญหา * และให้ “ตั้งคำถาม” เรายังทำเรื่องเดิม คือ พัฒนาคนเหมือนเดิม อย่างมุ่งมั่นครับ แต่เราจำเป็นต้อง "ปรับวิธีคิด" "คิดหาวิธีการใหม่" เพื่อให้ได้ "ผลแบบใหม่" ที่ดีกว่าเดิมครับ เพราะในยุค AI คำตอบอยู่ในมือเราแทบตลอดเวลา สิ่งที่ขาด… คือ “คำถามที่ดี” วันนี้ลองตั้งคำถามให้ตัวเองสักข้อครับ แล้วดูว่ามันพาเราไปได้ไกลแค่ไหน ถามเลยครับ #toi22 ดูน้อยลง
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง