Archive

หนึ่งคะแนนให้คนที่พร้อมตั้งคำถาม และพร้อมติดตามคำตอบ

กรรมการสภาจากคณาจารย์ประจำควรทำหน้าที่อย่างอิสระ ไม่เพียงรับทราบสิ่งที่เสนอ แต่ทำให้คำถาม ทางเลือก และเสียงของผู้ปฏิบัติงานเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจจริง
หมวด: ธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย
วันที่โพสต์: 16 July 2026
ที่มา: Facebook post archive
university-council faculty-representation independence accountability follow-through governance
Rewritten Post
การตั้งคำถามมีความหมาย เมื่อคำตอบถูกติดตามจนเกิดผล
ภาพรองศาสตราจารย์ ดร.พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า ผู้สมัครกรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า — ผู้สมัครกรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประเภทคณาจารย์ประจำ

ผมเชื่อว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ควรทำหน้าที่เพียงรับทราบสิ่งที่ฝ่ายบริหารเสนอ แต่ต้องกล้าตั้งคำถาม เสนอทางเลือก และติดตามให้เกิดผล

หน้าที่นี้ไม่ได้หมายถึงการคัดค้านทุกเรื่อง แต่คือการทำให้ข้อเสนอสำคัญผ่านการพิจารณาจากหลายมุม เห็นผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงาน และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหลังมติถูกออกไปแล้ว

กรรมการสภาไม่ใช่ผู้รับฟังปลายทาง

เอกสารที่เข้าสภามักผ่านการเตรียมจากฝ่ายบริหารมาแล้ว แต่การมีข้อมูลจำนวนมากไม่ได้รับประกันว่าคำถามสำคัญถูกตอบครบ กรรมการต้องช่วยตรวจสมมติฐาน ทางเลือก ความเสี่ยง ทรัพยากร และตัวชี้วัดความสำเร็จ ก่อนที่ข้อเสนอจะกลายเป็นภาระผูกพันของมหาวิทยาลัย

การรับทราบมีความจำเป็นในบางเรื่อง แต่ไม่ควรถูกใช้แทนการกำกับ เมื่อเรื่องหนึ่งต้องมีการดำเนินการต่อ สภาควรรู้ว่าใครเป็นเจ้าภาพ จะรายงานกลับเมื่อใด และผลที่คาดหวังคืออะไร

ความเป็นอิสระทำให้คำถามมีพื้นที่

ผมมีประสบการณ์ในสภา แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายบริหาร จึงสามารถพิจารณาข้อเสนอโดยไม่ต้องปกป้องผลงานหรือสายการบังคับบัญชาของตนเอง ความเป็นอิสระไม่ใช่การยืนอยู่คนละฝ่าย แต่คือความสามารถในการใช้หลักการและข้อมูลตัดสินเรื่องโดยไม่ถูกบทบาทบริหารครอบไว้

กรรมการจากคณาจารย์ประจำยังมีหน้าที่เชื่อมโลกของนโยบายกับโลกของผู้ปฏิบัติงานจริง ทำให้ผลกระทบที่เกิดในภาควิชา ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และหน่วยงานสนับสนุนไม่หายไประหว่างชั้นของการรายงาน

ประสบการณ์ต้องมองเห็นได้ผ่านเรื่องที่เสนอ

ตลอดวาระที่ผ่านมา ผมเสนอประเด็นเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยในยุค AI การสนับสนุนภาควิชาและคณาจารย์ การปรับโครงสร้างงานวิจัยและสารสนเทศ การลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน และความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ

หัวข้อเหล่านี้ดูต่างกัน แต่มีแกนร่วมคือการทำให้ระบบมหาวิทยาลัยใช้ทรัพยากรเพื่อภารกิจหลัก มีข้อมูลพอต่อการตัดสินใจ และรับผิดชอบต่อผลที่เกิดกับคนทำงานและอนาคตขององค์กร

ตั้งคำถามต้องมาพร้อมทางเลือก

คำถามที่ดีไม่ควรหยุดที่การบอกว่าข้อเสนอมีปัญหา หากเป็นไปได้ควรช่วยเปิดทางเลือก เปรียบเทียบผลดีผลเสีย และระบุข้อมูลที่ยังขาด เพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถกลับไปปรับปรุงข้อเสนอได้อย่างเป็นรูปธรรม

วิธีนี้ทำให้การทักท้วงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณภาพ ไม่ใช่การเผชิญหน้าระหว่างคนเห็นด้วยกับคนคัดค้าน และช่วยให้สภาทำหน้าที่กำกับโดยไม่ลงไปบริหารแทน

การติดตามคือครึ่งหลังของความรับผิดชอบ

หลายเรื่องได้รับคำตอบในห้องประชุม แต่คำตอบนั้นยังไม่เท่ากับผลลัพธ์ กรรมการต้องกลับมาดูว่ามติถูกนำไปทำอย่างไร ปัญหาที่รับว่าจะดำเนินการได้รับการแก้หรือไม่ และหากไม่เป็นไปตามแผน เหตุผลและทางเลือกใหม่คืออะไร

วงจรที่สมบูรณ์จึงไม่ใช่เพียง “เสนอ → ถาม → ตอบ” แต่คือ เสนอ → ถาม → เปรียบเทียบทางเลือก → ตัดสินใจ → ติดตาม → เรียนรู้ สภาที่ทำงานครบวงจรนี้จึงสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง

หนึ่งคะแนนคือความไว้วางใจให้ทำหน้าที่

ในการเลือกกรรมการสภาจากคณาจารย์ประจำ ผู้มีสิทธิมีสามคะแนน ผมจึงขอหนึ่งคะแนนให้คนที่พร้อมตั้งคำถาม พร้อมเสนอทางเลือก และพร้อมติดตามคำตอบ โดยทำหน้าที่อย่างอิสระและสะท้อนเสียงของคณาจารย์ผู้ปฏิบัติงานจริง

คะแนนนั้นไม่ควรเป็นเพียงการเลือกบุคคล แต่เป็นการเลือกวิธีทำงานของสภา—วิธีทำงานที่ไม่ปล่อยให้การรับทราบแทนที่ความรับผิดชอบ และไม่ปล่อยให้คำถามสำคัญจบลงพร้อมการประชุม

Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
บริบทของบทความ
เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ในช่วงสมัครรับการคัดเลือกเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประเภทคณาจารย์ประจำ
Original Facebook Post
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า อยู่ที่ Kasetsart University 16 กรกฎาคม 2569 · กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย · แชร์กับ สาธารณะ ผม พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า ผู้สมัครกรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประเภทคณาจารย์ประจำ ผมเชื่อว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ควรทำหน้าที่เพียงรับทราบสิ่งที่ฝ่ายบริหารเสนอ แต่ต้องกล้าตั้งคำถาม เสนอทางเลือก และติดตามให้เกิดผล ตลอดวาระที่ผ่านมา ผมได้เสนอเรื่องมหาวิทยาลัยในยุค AI การสนับสนุนภาควิชาและคณาจารย์ การปรับโครงสร้างงานวิจัยและสารสนเทศ การลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน และความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ ผมมีประสบการณ์ในสภา แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายบริหาร จึงสามารถทำหน้าที่ได้อย่างอิสระ และสะท้อนเสียงของคณาจารย์ผู้ปฏิบัติงานจริง ใน 3 คะแนนที่ท่านมี ขอหนึ่งคะแนนให้คนที่พร้อมตั้งคำถาม และพร้อมติดตามคำตอบครับ
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง