Archive

เมื่อมหาวิทยาลัยคาดหวังงานวิจัย มหาวิทยาลัยก็ควรจัดทรัพยากรพื้นฐานให้เพียงพอ

วาระเชิงนโยบายต่อสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอให้เริ่มจากข้อมูลจริง ทางเลือกเชิงนโยบาย และโครงการนำร่องหนึ่งปี เพื่อสร้างระบบสนับสนุนการวิจัยและเผยแพร่ผลงานที่มีคุณภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน
หมวด: วิจัยและนวัตกรรม
วันที่โพสต์: 23 September 2026
ที่มา: Facebook post archive
research-support research-policy fairness university-council higher-education ku
Rewritten Post
ถ้ามหาวิทยาลัยกำหนดความคาดหวังต่อผลงาน มหาวิทยาลัยก็ต้องรับผิดชอบต่อเงื่อนไขที่ทำให้คนสร้างผลงานนั้นได้
ภาพประกอบวาระเชิงนโยบายเรื่องทรัพยากรพื้นฐานสำหรับงานวิจัยและงานตีพิมพ์
คลิกรูปเพื่อดูภาพขยายใหญ่

วาระ 5.1 ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 9/2569 วันที่ 28 กันยายน 2569 เสนอเรื่อง การจัดให้มีค่าสนับสนุนการทำวิจัยขั้นพื้นฐานเชิงนโยบาย เพื่อส่งเสริมการผลิตและเผยแพร่ผลงานวิชาการอย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน

หลักคิดสำคัญคือ เมื่อมหาวิทยาลัยกำหนดให้การวิจัยและการตีพิมพ์เป็นภารกิจ และใช้ผลงานเหล่านี้ในการประเมิน ต่อสัญญา หรือพิจารณาความก้าวหน้าในอาชีพ มหาวิทยาลัยก็ควรจัดทรัพยากรพื้นฐานที่ทำให้บุคลากรสามารถทำภารกิจนั้นได้จริง

ทรัพยากรพื้นฐานของงานวิจัยเปลี่ยนไปแล้ว

ทรัพยากรพื้นฐานในวันนี้ไม่ได้มีเพียงโต๊ะทำงานหรือห้องปฏิบัติการ แต่รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสม เครื่องมือและบริการ AI ซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูล ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่ผลงาน หรือ APC ในกรณีที่จำเป็น

ประเด็นจึงไม่ใช่การให้มหาวิทยาลัยออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างแก่ทุกคน แต่คือการออกแบบระบบที่ตอบได้ว่า อะไรคือทรัพยากรขั้นต่ำที่มหาวิทยาลัยควรจัดให้ อะไรควรเป็นบริการกลาง อะไรควรเป็นสิทธิรายบุคคล และส่วนใดเหมาะกับระบบร่วมจ่าย

ความเป็นธรรมต้องคำนึงถึงสาขา ความคาดหวัง และสิ่งที่บุคลากรควบคุมได้

การสนับสนุนไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกสาขา เพราะธรรมชาติของงาน เครื่องมือ และต้นทุนแตกต่างกัน แต่ความแตกต่างต้องมีเหตุผลและตรวจสอบได้ หากมหาวิทยาลัยกำหนดความคาดหวังด้านผลงานไว้สูง ทรัพยากรและระยะเวลาที่จัดให้ก็ควรสอดคล้องกับความคาดหวังนั้น

ยิ่งเมื่อผลงานตีพิมพ์มีผลต่อการต่อสัญญาหรือการจ้างงาน กระบวนการประเมินต้องคำนึงถึงสิ่งที่บุคลากรควบคุมได้จริง ไม่ผลักต้นทุนพื้นฐานของภารกิจองค์กรไปเป็นภาระเงินส่วนตัวเกินสมควร

เริ่มจากข้อมูล ทางเลือก และโครงการนำร่องหนึ่งปี

ข้อเสนอนี้ไม่ได้เรียกร้องให้ตั้งงบประมาณก้อนใหญ่ทันที แต่เสนอให้เริ่มจาก ข้อมูลจริง ทางเลือกเชิงนโยบาย และโครงการนำร่องหนึ่งปี แล้วติดตามผลทั้งด้านคุณภาพ ความคุ้มค่า และความเป็นธรรม ก่อนพิจารณารูปแบบระยะยาว

หลักการที่ควรชัดคือ เมื่อองค์กรกำหนดความคาดหวังต่อผลงาน องค์กรก็ควรรับผิดชอบต่อเงื่อนไขและทรัพยากรที่ทำให้คนสามารถสร้างผลงานนั้นได้ด้วย

เอกสารประกอบวาระ ดาวน์โหลดข้อเสนอเชิงนโยบายฉบับเต็ม (PDF) การจัดให้มีค่าสนับสนุนการทำวิจัยขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมการผลิตและเผยแพร่ผลงานวิชาการอย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน ดาวน์โหลด PDF
Original
ลิงก์อ้างอิง:
f
Original Facebook Post
พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า 23 กันยายน 2569 · แชร์กับ สาธารณะ วาระ 5.1 การประชุมสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 9/2569 วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ผมเสนอวาระเรื่อง “การจัดให้มีค่าสนับสนุนการทำวิจัยขั้นพื้นฐานเชิงนโยบาย เพื่อส่งเสริมการผลิตและเผยแพร่ผลงานวิชาการอย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน” รายละเอียดอยู่ที่ลิงก์ในคอมเมนต์ หลักคิดของเรื่องนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่อมหาวิทยาลัยกำหนดให้การวิจัยและการตีพิมพ์เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ และในหลายกรณีนำไปใช้ในการประเมิน ต่อสัญญา หรือพิจารณาความก้าวหน้าในอาชีพ ก็ควรมีทรัพยากรพื้นฐานที่ทำให้บุคลากรสามารถทำภารกิจนั้นได้จริง ทรัพยากรพื้นฐานในวันนี้ไม่ได้มีเพียงโต๊ะทำงานหรือห้องปฏิบัติการ แต่รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสม เครื่องมือและบริการ AI ซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูล ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่ผลงาน (APC) ในกรณีที่จำเป็น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า "มหาวิทยาลัยต้องออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ทุกคน" แต่คือเราควรมีระบบที่ตอบได้ว่า * อะไรคือทรัพยากรขั้นต่ำที่มหาวิทยาลัยควรจัดให้ * อะไรควรเป็นบริการกลาง อะไรควรเป็นสิทธิรายบุคคล หรือใช้ระบบร่วมจ่าย * การสนับสนุนควรแตกต่างกันอย่างไรตามลักษณะของสาขาและงาน * ถ้ามหาวิทยาลัยกำหนดความคาดหวังด้านผลงานไว้สูง ทรัพยากรและระยะเวลาที่จัดให้สอดคล้องกับความคาดหวังนั้นหรือไม่ * และหากผลงานตีพิมพ์มีผลต่อการต่อสัญญาหรือการจ้างงาน จะทำอย่างไรให้กระบวนการประเมินมีความเป็นธรรมและคำนึงถึงสิ่งที่บุคลากรควบคุมได้จริง ข้อเสนอจึงไม่ได้เสนอให้ตั้งงบประมาณก้อนใหญ่ขึ้นมาทันที แต่เสนอให้เริ่มจาก "ข้อมูลจริง ทางเลือกเชิงนโยบาย และโครงการนำร่องหนึ่งปี" แล้วติดตามผลทั้งด้านคุณภาพ ความคุ้มค่า และความเป็นธรรม ก่อนพิจารณาระยะยาว ผมคิดว่าหลักการหนึ่งที่ควรชัดคือ เมื่อองค์กรกำหนดความคาดหวังต่อผลงาน องค์กรก็ควรรับผิดชอบต่อเงื่อนไขและทรัพยากรที่ทำให้คนสามารถสร้างผลงานนั้นได้ด้วย วันที่ 28 กันยายนนี้ เป็นวาระเสนอให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาครับ
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง